แอบบี โจเซฟ โคเฮน (Abby Joseph Cohen) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia Business School) ออกโรงเตือนว่าการตีมูลค่าหุ้นสหรัฐฯ และกระแสการลงทุนใน AI ที่ร้อนแรงอยู่ตอนนี้ อาจยังสะท้อนสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัวไม่เพียงพอ คำเตือนนี้ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจกำลังจะเข้าสู่ภาวะถดถอยแบบฟันธง แต่ชี้ให้เห็นว่าราคาสินทรัพย์เสี่ยงตอนนี้อาจสั่นคลอนได้ง่ายแม้เจอแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย
โคเฮนกล่าวในรายการ Bloomberg Money ของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน เวลาประมาณ 03.05 น. ตามเวลาไทย ว่า “การตีมูลค่าหุ้นตอนนี้เหมือนกำลังบอกว่าทุกอย่างเยี่ยมยอดไปหมด” พร้อมย้ำว่า “เมื่อทุกอย่างถูกสะท้อนอยู่ในราคาอย่างสมบูรณ์แบบ นักลงทุนควรต้องกังวลและระมัดระวังให้มากขึ้น” ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่าโคเฮนให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสัญญาณตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลง
โคเฮนเป็นนักกลยุทธ์สายวอลล์สตรีทที่เคยดูแลกลยุทธ์การลงทุนในสหรัฐฯ ให้กับโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) มาก่อน มหาวิทยาลัยโคลัมเบียระบุว่าปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านบริหารธุรกิจ และเคยเป็นพาร์ตเนอร์ของโกลด์แมน แซคส์ รวมถึงเคยนั่งเป็นหัวหน้าสถาบัน Global Markets Institute มาก่อนด้วย
ความคิดเห็น: ใจความสำคัญของคำพูดโคเฮนอยู่ที่คำว่า ‘สะท้อนในราคาอย่างสมบูรณ์แบบ’ นั่นหมายความว่าเมื่อราคาตลาดได้ซึมซับสมมติฐานเชิงบวกไว้เกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตต่อเนื่อง ผลประกอบการที่ดีขึ้น หรือเศรษฐกิจชะลอตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แค่ความผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจจุดชนวนความผันผวนได้ทันที
ตัวเลขทางการก็ไม่ได้ฟันธงไปทางใดทางหนึ่งชัดเจน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ระบุในรายงานนโยบายการเงินประจำเดือนกรกฎาคม 2026 ว่าตลาดแรงงานโดยรวมยังทรงตัว และอัตราว่างงานเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 4.2%
แต่รายงานฉบับเดียวกันก็ระบุด้วยว่าการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างเชื่องช้ามาก และการจ้างงานในบางอุตสาหกรรมยังอ่อนแอ ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ จึงดูเหมือนอยู่ในช่วงที่สัญญาณ ‘ทรงตัว’ กับ ‘ชะลอตัว’ ปรากฏควบคู่กัน มากกว่าจะเป็นการทรุดตัวฉับพลัน
รายงานการเปิดรับสมัครงานและการเปลี่ยนงาน (JOLTS) ประจำเดือนมิถุนายน 2026 ของสำนักสถิติแรงงานสหรัฐฯ (Bureau of Labor Statistics) ก็สะท้อนแนวโน้มคล้ายกัน โดยมีตำแหน่งงานเปิดรับ 7.4 ล้านตำแหน่ง การจ้างงานใหม่ 5.3 ล้านตำแหน่ง และการเลิกจ้าง/ลาออก 5.4 ล้านตำแหน่ง ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
ส่วนรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ที่ 4.2% เท่ากับตัวเลขข้างต้น หากดูจากตัวเลขเพียงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่าตลาดแรงงานกำลังพังทลาย แต่ทั้งอัตราการเพิ่มขึ้นที่ต่ำและความแตกต่างระหว่างอุตสาหกรรมก็ทำให้ประเด็นเศรษฐกิจชะลอตัวถูกพูดถึงมากขึ้น
ความกังวลเรื่องการลงทุนใน AI ก็ปรากฏอยู่ในรายงานของหน่วยงานกำกับดูแลเช่นกัน ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ระบุในรายงานเสถียรภาพทางการเงินประจำเดือนกรกฎาคม 2026 ว่าการพุ่งขึ้นของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ระดับความกระจุกตัวในดัชนีตลาดหุ้นโลกที่เพิ่มขึ้น และการระดมทุนจากภายนอกของบริษัท AI ล้วนเป็นประเด็นที่ต้องจับตาด้านเสถียรภาพทางการเงิน
ธนาคารกลางอังกฤษมองว่าในระยะยาว AI มีศักยภาพช่วยเพิ่มผลิตภาพได้ แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนเรื่องจังหวะเวลาและขนาดของการสร้างรายได้ รวมถึงความสามารถในการแบกรับภาระหนี้ กล่าวคือไม่ได้ปฏิเสธศักยภาพการเติบโตของ AI แต่ชี้ว่าต้องตรวจสอบเส้นทางการระดมทุนและการสร้างรายได้ให้รอบคอบ
ปฏิกิริยาจากภาคอุตสาหกรรมก็โฟกัสไปที่จังหวะการลงทุนมากกว่าความล้มเหลวของ AI เอง สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่านักลงทุนบางส่วนเริ่มลดสัดส่วนการถือครองหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ล่วงหน้า โดยคาดการณ์ว่าบริษัทไฮเปอร์สเกลเลอร์ (hyperscaler) จะชะลอการเพิ่มงบลงทุน
ยูบีเอส (UBS) ประเมินว่างบลงทุน (Capex) ของกลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์จะเพิ่มขึ้น 76% ในปี 2026 ก่อนจะชะลอลงเหลือ 25% ในปี 2027 และ 6% ในปี 2028 ตัวเลขนี้สะท้อนการคำนวณของตลาดว่าแม้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จะยังดำเนินต่อไป แต่อัตราการเติบโตอาจลดลงเรื่อยๆ
ในฝั่งซอฟต์แวร์ คำเตือนผลประกอบการของไอบีเอ็ม (IBM) กลายเป็นแรงกระแทกเพิ่มเติม โดยรอยเตอร์ระบุว่าไอบีเอ็มปรับตัวตามไม่ทันกับกระแสเม็ดเงินที่ไหลจากซอฟต์แวร์ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล ส่งผลให้ราคาหุ้นไอบีเอ็มร่วงลงถึง 25%
ประเด็นนี้เกี่ยวโยงกับตลาดคริปโทเคอร์เรนซีด้วยไม่น้อย เพราะบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้นเทคโนโลยี สภาพคล่องในระบบ และความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนอยู่หลายช่วง
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าคำเตือนเรื่องการตีมูลค่าหุ้นเทคโนโลยี AI ที่สูงเกินไป อาจลุกลามไปสู่การประเมินมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงทั้งกระดานใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนพอที่จะสรุปได้ว่าการชะลอตัวของงบลงทุน AI จะส่งผลโดยตรงต่อกระแสเงินทุนในตลาดคริปโทฯ
ดังนั้นแก่นแท้ของคำเตือนครั้งนี้จึงไม่ใช่สัญญาณให้เทขาย แต่เป็นการขยายขอบเขตของสิ่งที่ต้องจับตาตรวจสอบ ตัวเลขเศรษฐกิจตอนนี้แสดงทั้งความทรงตัวและสัญญาณชะลอตัวไปพร้อมกัน ขณะที่การลงทุนใน AI ก็ยังแบกรับทั้งความคาดหวังด้านการเติบโตและภาระด้านการระดมทุนไปพร้อมๆ กัน
ความคิดเห็น 0