หุ้น 'ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์' (Samsung Electronics, 005930) และ 'เอสเค ไฮนิกซ์' (SK hynix, 000660) ร่วงลงพร้อมกันในช่วงเปิดตลาดวันที่ 25 สิงหาคม โดยลดลง 4.09% และ 6.34% ตามลำดับ ต่อเนื่องเป็นวันที่สองติดต่อกัน
ณ เวลา 9.21 น. หุ้นซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ซื้อขายอยู่ที่ 246,500 วอน ลดลง 4.09% จากวันก่อนหน้า ราคาเปิดตลาดอยู่ที่ 249,000 วอน ก่อนจะร่วงลงไปแตะ 245,000 วอนทันทีหลังเปิดตลาด แล้วค่อยฟื้นตัวขึ้นมาบางส่วน
ในเวลาเดียวกัน หุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ซื้อขายอยู่ที่ 1,565,000 วอน ลดลง 6.34% หลังเปิดตลาดที่ 1,598,000 วอน และเคยร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 1,557,000 วอนระหว่างวัน
การอ่อนตัวของทั้งสองหุ้นเป็นการต่อเนื่องจากแนวโน้มเมื่อวันก่อนหน้า โดยวันที่ 24 สิงหาคม หุ้นซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ปิดลบ 8.70% ส่วนเอสเค ไฮนิกซ์ปิดลบ 3.41%
สำนักข่าว Yonhap รายงานเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมว่า ดัชนี KOSPI ปิดตลาดที่ 6,696.96 จุด ลดลง 3.12% จากวันทำการก่อนหน้า โดยในตลาดหลักทรัพย์เกาหลี นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 3.688 ล้านล้านวอน และ 1.2925 ล้านล้านวอน ตามลำดับ
ภาวะซบเซาของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมาก็มีส่วนกดดันเช่นกัน โดยดัชนี Philadelphia Semiconductor ปรับตัวลดลง 2.70% ปัจจัยนี้ถูกมองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้แรงขายในช่วงเปิดตลาดเช้านี้ยังคงต่อเนื่อง หลังหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ในประเทศร่วงลงเมื่อวันก่อน ประกอบกับดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงด้วย
กลุ่มโบรกเกอร์ต่างชาติที่ติดอันดับช่องทางขายสุทธิสูงสุด ได้แก่ Merrill Lynch, Goldman Sachs และ Morgan Stanley ณ เวลา 9.21 น. นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีรวม 842.4 พันล้านวอน ขณะที่นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 683.9 พันล้านวอน และ 62 พันล้านวอน ตามลำดับ
เฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในดัชนี KOSPI ซึ่งเป็นกลุ่มที่ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์และเอสเค ไฮนิกซ์อยู่ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 711.6 พันล้านวอน ส่วนนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 530.1 พันล้านวอน และ 83.9 พันล้านวอน ตามลำดับ
ความแตกต่างของแนวทาง 'คืนกำไรให้ผู้ถือหุ้น' ระหว่างสองบริษัทก็กลายเป็นประเด็นที่ตลาดนำมาเปรียบเทียบ โดยซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม หลังปิดตลาดปกติ ว่าคณะกรรมการมีมติอนุมัติแผนดำเนินการคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้นแล้ว
จำนวนหุ้นสามัญที่ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์วางแผนจะซื้อคืนอยู่ที่ 53,285,968 หุ้น โดยกำหนดช่วงเวลาซื้อคืนตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม ถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน
ก่อนหน้านี้เอสเค ไฮนิกซ์ตัดสินใจซื้อหุ้นคืนมูลค่ารวม 40 ล้านล้านวอน พร้อมยกเลิกหุ้นทั้งหมดที่ซื้อคืน โดยวางแผนซื้อหุ้นสามัญจำนวน 24,070,000 หุ้น ในช่วงวันที่ 20 สิงหาคม ถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน
บริษัทระบุวัตถุประสงค์ของการซื้อหุ้นคืนครั้งนี้ว่าเพื่อ 'เพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น' ผ่านการยกเลิกหุ้นที่ซื้อคืน ทั้งนี้ การซื้อหุ้นคืน (Buyback) คือการที่บริษัทเข้าซื้อหุ้นของตัวเองในตลาด ส่วนการยกเลิกหุ้น (Cancellation) เป็นขั้นตอนที่ทำให้จำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดลดลง
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานบทวิเคราะห์ที่ระบุว่าการซื้อขายแบบใช้เลเวอเรจที่กระจุกตัวอยู่ในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ อาจทำให้ช่วงความผันผวนของดัชนี KOSPI กว้างขึ้น เนื่องจากซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์และเอสเค ไฮนิกซ์เป็นหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหุ้นเกาหลี ยิ่งราคาปรับตัวลงแรงในระหว่างวันมากเท่าไหร่ ความผันผวนของผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อ้างอิงหุ้นทั้งสองตัวก็อาจขยายตัวตามไปด้วย
ตัวเลขทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นราคาระหว่างวันช่วงเช้าเท่านั้น ราคาปิดตลาดปกติและตัวเลขกระแสเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่ยืนยันแล้ว อาจเปลี่ยนแปลงไปหลังตลาดปิดทำการ
ความคิดเห็น 0