บิตคอยน์(BTC) กับตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวสอดคล้องกันในระยะสั้นน้อยลง จนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่การล่มสลายของ FTX ในเดือนพฤศจิกายน 2022 โดยค่าสหสัมพันธ์เคลื่อนที่ 30 วันร่วงลงไปแตะ -0.299 ในเดือนธันวาคม 2025 ก่อนจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 0.18 ในเดือนมกราคม 2026
Crypto Briefing รายงานเมื่อวันที่ 1 (เวลาท้องถิ่น) โดยอ้างอิงข้อมูลจากแซนติเมนต์(Santiment) ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างบิตคอยน์กับหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ FTX ค่าสหสัมพันธ์ที่เข้าใกล้ 1 หมายถึงสินทรัพย์ทั้งสองเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนค่าที่เข้าใกล้ -1 หมายถึงเคลื่อนไหวสวนทางกัน
ค่าที่เข้าใกล้ 0 สะท้อนว่าการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ทั้งสองไม่ได้เกาะกันแน่นอย่างที่เคยเป็น ตัวเลขนี้นำไปสู่การตีความว่า มุมมองเดิมที่มองว่าบิตคอยน์เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ในฐานะสินทรัพย์เสี่ยงกลุ่มเดียวกัน เริ่ม 'อ่อนแรง' ลง
ทิศทางราคาของแต่ละสินทรัพย์ก็แยกออกจากกันเช่นกัน ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2025 จนถึงต้นปี 2026 บิตคอยน์ปรับตัวลงราว 43% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นราว 7% และทองคำพุ่งขึ้นถึง 51% ในช่วงเวลาเดียวกัน
บิตคอยน์เคยทำจุดสูงสุดที่ราว 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 ก่อนจะปรับฐานลงมากกว่า 50% จนถึงกลางปี 2026 ซึ่งสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้าของ TokenPost ที่ระบุว่า แบล็คร็อก(BlackRock) ตีความการปรับฐานของบิตคอยน์ว่าเป็นการคลี่คลายสถานะเลเวอเรจ
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวชี้วัดระยะสั้นเท่านั้น Crypto Briefing ระบุว่า ค่าสหสัมพันธ์เคลื่อนที่ 3 เดือนในช่วงกลางปี 2026 ก็ลดลงมาอยู่ในระดับใกล้ 0 เช่นกัน สะท้อนว่าทั้งตัวชี้วัดระยะสั้นและระยะกลางต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันคือการเคลื่อนไหวร่วมที่อ่อนแรงลง
ค่าสหสัมพันธ์เป็นตัวชี้วัดทางสถิติที่แสดงระดับการเคลื่อนไหวไปด้วยกันของผลตอบแทนสินทรัพย์สองรายการ ค่าจะสูงขึ้นเมื่อราคาปรับขึ้นหรือลงไปพร้อมกัน และจะต่ำลงเมื่อทิศทางแยกออกจากกันหรือความสัมพันธ์อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาที่ใช้คำนวณและสินทรัพย์อ้างอิงที่เลือกใช้
สำหรับสาเหตุเบื้องหลัง มีการพูดถึงการลดสถานะเลเวอเรจหลังจากกองทุน ETF บิตคอยน์แบบ spot เปิดตัว โดยตีความว่าความคาดหวังต่อ ETF สะท้อนเข้าไปในราคาไปก่อนแล้ว จากนั้นเมื่อภาวะร้อนแรงเกินไปในตลาดอนุพันธ์คลี่คลายลง การตอบสนองของราคาบิตคอยน์ต่อปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคก็อ่อนแรงลงกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียง 'การตีความ' ของฝ่ายวิเคราะห์ ไม่ใช่หลักฐานที่ชี้ทิศทางราคาอย่างชัดเจน การที่สหสัมพันธ์ลดลงหมายความเพียงว่าบิตคอยน์เคลื่อนไหวสอดคล้องกับหุ้นน้อยลง ไม่ใช่สัญญาณบ่งชี้ว่าราคาจะขึ้นหรือลง
Crypto Briefing ระบุว่า แบล็คร็อกเปิดเผยค่าสหสัมพันธ์ระยะ 10 ปีระหว่างบิตคอยน์กับดัชนี S&P 500 ไว้ที่ 0.18 ซึ่งเป็นคำอธิบายที่แยกจากตัวชี้วัดเคลื่อนที่ระยะสั้น และชี้ว่าการเคลื่อนไหวร่วมกันของสินทรัพย์ทั้งสองในกรอบเวลายาวก็มีจำกัดเช่นกัน
ตัวเลขของแบล็คร็อกกับตัวเลขของแซนติเมนต์ไม่สามารถเทียบกันได้โดยตรง เนื่องจากช่วงเวลาที่ใช้คำนวณต่างกัน ค่าเฉลี่ยระยะยาวกับตัวชี้วัดเคลื่อนที่ 30 วันสะท้อนสภาวะตลาดคนละช่วงกัน
ภายในตลาดคริปโตเอง ความสัมพันธ์ระหว่างบิตคอยน์กับอัลต์คอยน์ยังคงเคลื่อนไหวเป็นอีกแกนหนึ่งแยกต่างหาก การที่ความสัมพันธ์กับหุ้นสหรัฐฯ อ่อนลงไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ภายในตลาดคริปโตเองจะอ่อนลงตามไปด้วย
สำหรับนักลงทุนไทย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าไม่ควรมองบิตคอยน์เป็นเพียงส่วนต่อขยายของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ อีกต่อไป นักลงทุนในประเทศที่ติดตามค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และกระแสเงินไหลเข้าออกของ ETF ควบคู่กับราคาบิตคอยน์ ควรตระหนักว่าค่าสหสัมพันธ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาและสูตรคำนวณที่ใช้
ประเด็นสำคัญที่ยืนยันได้จากข้อมูลชุดนี้คือ การเคลื่อนไหวร่วมกันในระยะสั้นระหว่างบิตคอยน์กับตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนแรงลง ขณะที่รายงานของแบล็คร็อกเองก็ระบุว่าความสัมพันธ์ในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันความสัมพันธ์ในอนาคต
ความคิดเห็น 0