บาร์ทลา กรุ๊ป (Bartla Group) ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของออสเตรเลีย มีหนี้สินที่ทราบแล้วราว 3,400 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ตามที่เปิดเผยในการประชุมเจ้าหนี้เมื่อวันที่ 4 กันยายน ตัวเลขนี้สูงกว่าประมาณการเบื้องต้นที่ 340 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียถึง 10 เท่า สะท้อนว่าปัญหาสภาพคล่องของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเดียวกำลังลุกลามเป็นการตรวจสอบความเสี่ยงทั่วตลาดสินเชื่อภาคเอกชน (private credit) ของออสเตรเลีย
บาร์ทลาเข้าสู่กระบวนการบริหารกิจการโดยสมัครใจ (voluntary administration) เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม โดยบริษัทระบุในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่าสาเหตุมาจากยอดขายที่ชะลอตัว การเปลี่ยนแปลงงบประมาณของรัฐบาลกลางเมื่อเดือนพฤษภาคม ความเชื่อมั่นที่อ่อนแอลงในตลาดหลัก และต้นทุนก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารจัดการจากเทเนโอ (Teneo) ประกอบด้วย สตีเวน ลองลีย์ (Steven Longley), แดเนียล วอลลีย์ (Daniel Walley), อดัม คอลลีย์ (Adam Colley), แอนดรูว์ สก็อตต์ (Andrew Scott) และรีเบคก้า กิลล์ (Rebecca Gill)
การประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน เวลา 10.30 น. ตามเวลามาตรฐานออสเตรเลียตะวันออก (AEST) หรือตรงกับเวลา 07.30 น. ตามเวลาประเทศไทย เอบีซี (ABC) รายงานว่าที่ประชุมระบุหนี้สินที่ทราบของบาร์ทลาไว้ที่ราว 3,400 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ทั้งนี้ ตัวเลขหนี้สินอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการประเมินและการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นในแต่ละช่วงเวลา จึงควรพิจารณาตัวเลขนี้เป็นข้อมูล ณ วันประชุมเจ้าหนี้เท่านั้น
โครงสร้างหนี้สินที่เปิดเผยประกอบด้วย หนี้มีหลักประกัน 3,080 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หนี้ต่อกรมสรรพากรออสเตรเลีย (Australian Taxation Office) 145 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ภาษีที่ดิน 42 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หนี้ไม่มีหลักประกัน 130 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และหนี้ค่าจ้างกับกองทุนบำเหน็จบำนาญพนักงาน 4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย สัดส่วนหนี้มีหลักประกันที่สูงสะท้อนว่าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสินเชื่อค้ำประกันด้วยอสังหาริมทรัพย์คือแกนกลางของปัญหาครั้งนี้
การก่อสร้างจะเดินหน้าต่อได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการจัดหาเงินทุนระยะสั้น เทเนโอระบุว่าการรักษาการก่อสร้างในบางไซต์งานต้องใช้เงินสัปดาห์ละ 1-1.3 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และ ณ วันที่ 27 สิงหาคม บริษัทต้องการเงินราว 20 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียเพื่อประคองการก่อสร้างต่อไปอีก 5 สัปดาห์
ในช่วงเวลาดังกล่าว มีบ้านที่อยู่ระหว่างก่อสร้างราว 2,000 หลัง และมีโครงการในไปป์ไลน์ราว 13,000 หลัง เอบีซีรายงานว่า ณ ช่วงเวลาเดียวกัน บาร์ทลามีพนักงาน 349 คน ภาระค่าจ้างรายสัปดาห์ราว 3.3 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และมีโครงการทั้งหมด 219 โครงการ ในจำนวนนี้อยู่ในขั้นตอนก่อสร้างจริง 45 โครงการ การหยุดก่อสร้างจึงอาจสร้างแรงกดดันพร้อมกันทั้งต่อผู้ซื้อบ้าน ผู้รับเหมาช่วง และพนักงาน
สาเหตุที่เรื่องของบาร์ทลาลุกลามกลายเป็นประเด็นเศรษฐกิจระดับประเทศของออสเตรเลีย เป็นเพราะตลาดที่อยู่อาศัยและตลาดการเงินเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่ายอดขอสินเชื่อบ้านของธนาคารรายใหญ่ 4 แห่งของออสเตรเลียลดลงในอัตราสองหลัก โดยในรายงานเดียวกัน มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ประเมินว่าผลประกอบการของธนาคารออสเตรเลียในปี 2027 มีความเสี่ยงด้านลบ จากปัจจัยตลาดสินเชื่อบ้านที่ชะลอตัว การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และคุณภาพสินเชื่อที่ด้อยลง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบเอกสารต้นทางที่เปิดเผยต่อสาธารณะซึ่งระบุว่ามอร์แกน สแตนลีย์ชี้ว่าการล่มสลายของบาร์ทลาเป็นแรงกระแทกโดยตรงต่อเศรษฐกิจออสเตรเลียในภาพรวม เท่าที่ตรวจสอบได้ คำเตือนของมอร์แกน สแตนลีย์เป็นการวิเคราะห์เกี่ยวกับภาคธนาคารออสเตรเลียและอุปสงค์สินเชื่อบ้านที่ชะลอตัวเท่านั้น กรณีของบาร์ทลาจึงควรมองเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของปัญหาการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ASIC) กล่าวถึงกรณีบาร์ทลาในการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการร่วมของรัฐสภาเมื่อวันที่ 4 กันยายน ว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่น่ากังวลในภาคสินเชื่อเอกชน พร้อมระบุว่าข้อมูลและความโปร่งใสของตลาดสินเชื่อภาคเอกชนของออสเตรเลียยังด้อยกว่าเขตอำนาจศาลที่ใกล้เคียงกันอย่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร
สินเชื่อภาคเอกชน (private credit) คือโครงสร้างที่กองทุนหรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารปล่อยกู้โดยตรงให้กับบริษัทและโครงการต่างๆ ตลาดนี้ขยายตัวขึ้นในฐานะช่องทางระดมทุนทางเลือกของบริษัทขนาดกลางและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นและการกำกับดูแลธนาคารเข้มงวดขึ้น
ปฏิกิริยาของตลาดแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่ตั้งรับและฝ่ายที่ระมัดระวัง เอ็มเอ ไฟแนนเชียล (MA Financial) เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมว่าจะจำกัดวงเงินไถ่ถอนของกองทุนพื้นฐานบางกองไว้ที่ 1% ของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารต่อเดือน โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะสภาวะตลาดและความต้องการไถ่ถอนที่เพิ่มขึ้น พร้อมชี้แจงว่าบริษัทไม่มีความเสี่ยงโดยตรงต่อบาร์ทลา
ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ทางการของบาร์ทลาเคยระบุว่าบริษัทมีโครงการใน 58 เขตชานเมือง มีไปป์ไลน์มูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และมีพนักงานมากกว่า 500 คน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนสถานะทางการเงินในปัจจุบันของบริษัท แต่เป็นข้อมูลพื้นฐานที่แสดงให้เห็นว่าปัญหาสภาพคล่องของผู้พัฒนารายใหญ่สามารถลุกลามไปพร้อมกันได้ทั้งไซต์ก่อสร้าง ผู้รับเหมาช่วง ผู้ซื้อบ้าน และนักลงทุนในตลาดสินเชื่อภาคเอกชน
สำหรับนักลงทุนในประเทศ กรณีนี้ทิ้งประเด็นที่ควรตรวจสอบไว้เมื่อพิจารณาผลิตภัณฑ์สินเชื่อภาคเอกชนและการเงินอสังหาริมทรัพย์จากต่างประเทศ สินเชื่อเพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แม้จะมีหลักประกัน แต่หากเกิดความล่าช้าในการก่อสร้าง ยอดขายที่ชะลอตัว และความต้องการไถ่ถอนพร้อมกัน ก็อาจสร้างแรงกดดันต่อกระแสเงินสดได้มากขึ้น มูลค่าหลักประกันที่กองทุนระบุไว้กับมูลค่าที่เรียกคืนได้จริงจึงไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป
ผู้บริหารจัดการระบุว่า ณ วันที่ 4 กันยายน อยู่ระหว่างหารือกับสถาบันการเงินบางแห่งเรื่องการสนับสนุนเงินทุนระยะสั้น ไซต์งานของสถาบันการเงินที่ไม่เข้าร่วมสนับสนุนเงินทุนอาจเผชิญความยากลำบากในการเดินหน้าก่อสร้างต่อ การที่ไซต์งานของบาร์ทลาจะเดินหน้าก่อสร้างต่อได้หรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับผลการเจรจากับเจ้าหนี้และการตัดสินใจสนับสนุนเงินทุนของแต่ละสถาบันการเงินในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0