อัลต์คอยน์กว่า 100 เหรียญที่จดทะเบียนในโครบิต(Korbit) และคอยนวัน(Coinone) ไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดทั้งวัน เหรียญที่มีการซื้อขายเบาบางเช่นนี้ ราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้มากแม้มีคำสั่งซื้อขายเพียงเล็กน้อย และราคาของเหรียญเดียวกันในแต่ละกระดานยังต่างกันได้ถึง 19.8%
ตามรายงานของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่า ณ เวลา 14.00 น. ของวันก่อนหน้า จากสินทรัพย์ดิจิทัลราว 190 เหรียญที่เปิดให้ซื้อขายในโครบิต มีประมาณ 80 เหรียญที่มูลค่าการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงเป็นศูนย์ ขณะที่คอยนวันซึ่งเปิดให้ซื้อขายสินทรัพย์ราว 360 เหรียญ พบว่ามากถึงประมาณ 130 เหรียญมีมูลค่าการซื้อขาย 24 ชั่วโมงเป็นศูนย์เช่นกัน
แม้จะตัดเหรียญที่จดทะเบียนซ้ำกันทั้งสองกระดานออกไป จำนวนอัลต์คอยน์ที่แทบไม่มีการซื้อขายเลยก็ยังเกิน 100 เหรียญ และมีไม่น้อยที่มูลค่าการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงไม่ถึง 10,000 วอนด้วยซ้ำ
ในทางกลับกัน ตลาดคู่เงินวอนของอัพบิต(Upbit) และบิทธัมบ์(Bithumb) ไม่พบอัลต์คอยน์ที่มีมูลค่าการซื้อขายเป็นศูนย์เลย แต่ในตลาดคู่เงินบิตคอยน์(BTC) กลับมีเหรียญจำนวนมากที่หยุดการซื้อขายไปเช่นกัน
เหรียญที่ไม่มีการซื้อขายเป็นเวลานานจะค้างอยู่ที่ราคาซื้อขายครั้งล่าสุด นี่คือสาเหตุที่ทำให้เหรียญเดียวกันมีราคาต่างกันไปในแต่ละกระดานเทรด
ตัวอย่างเช่น อัลต์คอยน์เหรียญหนึ่งมีมูลค่าการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงบนอัพบิตสูงถึง 428.34 ล้านวอน และบนบิทธัมบ์ 83.13 ล้านวอน แต่บนโครบิตมีมูลค่าซื้อขายเพียง 5,000 วอน และบนคอยนวันเป็นศูนย์ ส่งผลให้ราคาต่างกันตามไปด้วย คือ 131 วอนบนอัพบิต 129 วอนบนบิทธัมบ์ 119 วอนบนคอยนวัน และ 105 วอนบนโครบิต
ส่วนต่างระหว่างราคาสูงสุดและต่ำสุดอยู่ที่ 19.8% ขณะที่บนโครบิต ช่วงห่างระหว่างราคาเสนอซื้อและเสนอขายก็กว้างกว่า 20% เช่นกัน ทำให้คำสั่งซื้อขายจับคู่กันได้ยาก
เมื่อใดที่เกิดการซื้อขายขึ้นจริง ความผันผวนของราคาจะยิ่งรุนแรงขึ้น อย่างอัลต์คอยน์อีกเหรียญหนึ่งที่ราคาไม่ขยับเลยนานหลายชั่วโมง กลับร่วงลงถึง 5% ในทันทีหลังเกิดการซื้อขายมูลค่าเพียงราว 28,000 วอน
นี่สะท้อนให้เห็นว่ายิ่งเหรียญมีปริมาณการซื้อขายน้อยเท่าใด คำสั่งซื้อขายขนาดเล็กก็ยิ่งเขย่าราคาได้มากเท่านั้น และช่องว่างระหว่างราคาที่นักลงทุนคาดไว้กับราคาที่ซื้อขายได้จริง หรือที่เรียกว่า 'สลิปเพจ' (slippage) ก็มีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วย
โครงสร้างพื้นฐานด้านสภาพคล่องของเหรียญทั่วไปในกระดานเทรดขนาดกลางและเล็กของเกาหลีใต้ที่อ่อนแอ เคยได้รับการยืนยันแล้วจากการวิเคราะห์การกระจุกตัวของปริมาณการซื้อขายรายกระดานก่อนหน้านี้ เมื่อปริมาณการซื้อขายกระจุกอยู่ที่กระดานใดกระดานหนึ่งเป็นหลัก กระดานที่มีการซื้อขายน้อยก็ยากจะมีราคาเสนอซื้อขายที่แน่นและต่อเนื่อง
ฝ่ายวงการอธิบายว่า กระดานเทรดในประเทศเกาหลีใต้ไม่สามารถเข้าไปมีบทบาทในการซื้อขายโดยตรงแบบผู้ให้บริการสภาพคล่อง(Liquidity Provider หรือ LP) ได้ ทำให้การสร้างสภาพคล่องให้กับอัลต์คอยน์ที่มีปริมาณซื้อขายน้อยเป็นไปได้อย่างจำกัด แม้จะจัดกิจกรรมแจกเหรียญฟรี(airdrop) หรือแคมเปญฝากเงิน-ซื้อขายให้กับเหรียญที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่ แต่เมื่อกิจกรรมจบลง ก็ยากที่จะรักษาการซื้อขายของผู้ใช้ให้ต่อเนื่องได้
แม้แต่โครบิตและคอยนวันที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมการซื้อขายให้ทุกเหรียญตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว ก็ยังพบปัญหาเดียวกันนี้อยู่เบื้องหลังการที่อัลต์คอยน์ (ยกเว้นสเตเบิลคอยน์) ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร สะท้อนว่าการลดค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะดึงดูดผู้เข้าร่วมซื้อขายให้เพิ่มขึ้นได้มากนัก
แหล่งข่าวในวงการรายหนึ่งกล่าวว่า “ต่อให้ค่าธรรมเนียมต่ำแค่ไหน แต่ถ้าสภาพคล่องไม่เพียงพอ ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและเสนอขายก็จะยิ่งกว้างขึ้น เกิดสลิปเพจ ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อขายต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่าค่าธรรมเนียมที่ประหยัดได้เสียอีก” คำกล่าวนี้ชี้ให้เห็นว่าค่าธรรมเนียมต่ำเพียงอย่างเดียวไม่ได้การันตีต้นทุนการซื้อขายที่ต่ำลงเสมอไป ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายอธิบายว่า กระดานเทรดที่มีสภาพคล่องสูงจะช่วยให้ผู้ใช้ซื้อขายได้ตามจังหวะเวลาและราคาที่ต้องการง่ายกว่า
ในวงการยังมีความเห็นว่า หากต้องการเพิ่มการซื้อขายให้กับอัลต์คอยน์ที่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก จำเป็นต้องวางเกณฑ์ที่ชัดเจนและระบบกำกับดูแล เพื่อเปิดทางให้ผู้ให้บริการสภาพคล่องมืออาชีพและผู้สร้างตลาด(Market Maker หรือ MM) เข้ามามีส่วนร่วมได้
ความคิดเห็น 0