รัฐเคนทักกีของสหรัฐได้ถอนฟ้องคดีเกี่ยวกับโปรแกรมรางวัลจากการสเตกกิ้งของบริษัทคอยน์เบส(Coinbase) กลายเป็นรัฐที่สามในเดือนนี้ที่ยกเลิกคดี หลังจากรัฐเวอร์มอนต์และรัฐเซาท์แคโรไลนา
เมื่อวันที่ 1 เมษายน หน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินของรัฐเคนทักกีได้ยื่นข้อตกลงร่วมกับคอยน์เบสเพื่อขอถอนฟ้องอย่างเป็นทางการจากกลุ่มคดีที่สื่อร่วมฟ้องเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา โดยในเวลานั้น 10 รัฐของสหรัฐได้ร่วมกันดำเนินคดีทางแพ่งกับคอยน์เบสในวันเดียวกับที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) ได้ฟ้องร้องบริษัทในข้อหาละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์
พอล เกรวอล(Paul Grewal) หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของคอยน์เบส แสดงความคิดเห็นในวันเดียวกันผ่าน X (ชื่อเดิมคือทวิตเตอร์) ว่า “แนวทางการฟ้องร้องที่แตกต่างกันของแต่ละรัฐควรยุติลงเสียที” พร้อมเรียกร้องให้รัฐสภาเร่งออกกฎหมายควบคุมตลาดคริปโตในระดับรัฐบาลกลางโดยเร็วที่สุด
สัญญาณการปรับเปลี่ยนท่าทีของภาครัฐเริ่มชัดเจนขึ้น หลังจาก SEC ยุติการดำเนินคดีสำคัญกับคอยน์เบส ล่าสุดเวอร์มอนต์เป็นรัฐแรกที่ถอนฟ้องเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ตามด้วยเซาท์แคโรไลนาเมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ได้ยื่นข้อตกลงร่วมกับบริษัทต่อศาล
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอีก 7 รัฐ ได้แก่ แอละแบมา, แคลิฟอร์เนีย, อิลลินอยส์, แมริแลนด์, นิวเจอร์ซีย์, วอชิงตัน และวิสคอนซิน ที่เดินหน้าดำเนินคดีโดยยืนกรานว่า บริการสเตกกิ้งของคอยน์เบสนั้นเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียน
การถอนฟ้องของรัฐเคนทักกีในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นจุดเปลี่ยนในประเด็นสเตกกิ้งเท่านั้น แต่ยังถูกมองว่าเป็น *สัญญาณ* ที่สะท้อนทิศทางนโยบาย ‘คริปโต’ ของรัฐบาลท้องถิ่นอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา แอนดี บีเชียร์(Andy Beshear) ผู้ว่าการรัฐเคนทักกีได้ลงนามใน “ร่างกฎหมายสิทธิบิตคอยน์” (Bitcoin Rights bill) ที่เน้นการรับรองสิทธิในการถือครองคริปโตผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนบุคคล และยกเว้นอุตสาหกรรมเหมืองคริปโตจากข้อจำกัดด้านการเงินและหลักทรัพย์
ขณะเดียวกัน SEC เองก็เริ่มแสดงความเปิดกว้างกับอุตสาหกรรมคริปโตมากขึ้น จากที่เคยดำเนินการฟ้องร้องบริษัทคริปโตหลายแห่งภายใต้การบริหารของรัฐบาลไบเดน ล่าสุด SEC ก็เริ่มถอนฟ้องบางคดีออกไป และได้จัดตั้ง “คณะทำงานเฉพาะกิจด้านคริปโต” เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับภาคอุตสาหกรรม
ในภาพรวม ความเคลื่อนไหวร่วมกันของรัฐบาลกลางและรัฐต่าง ๆ ในช่วงเวลานี้ ทั้งการถอนฟ้องและการออกกฎหมายใหม่ อาจกลายเป็น *จุดเปลี่ยนสำคัญ* ของตลาดคริปโตในสหรัฐ และช่วยวางรากฐานระบบกำกับดูแลที่ชัดเจนในอนาคต
ความคิดเห็น 0