ที่เมืองนีซของฝรั่งเศส แม่และลูกชายถูกจับตัวและถูกปล้นโทรศัพท์มือถือที่มีรหัสเข้าถึงบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่เมืองเบซีเย่ร์มีการแจ้งความคดีฉ้อโกงในนามการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลราว 15 คดี
เหตุการณ์ที่นีซเกิดขึ้นในคืนวันที่ 6 กันยายน ชายสวมหน้ากาก 2 คนบุกเข้าไปในบ้าน มัดตัวแม่และลูกชาย ก่อนปล้นกระเป๋าเงิน หนังสือเดินทาง และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
โทรศัพท์มือถือหนึ่งในสองเครื่องที่ถูกปล้นไปมีการเก็บรหัสเข้าถึงบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าประมาณ 2.5 หมื่นดอลลาร์ (ประมาณ 33.63 ล้านวอน) เก็บอยู่ ยังไม่มีการเปิดเผยประเภทของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจน รวมถึงยังไม่ทราบว่ามีการโยกย้ายเงินทุนภายหลังหรือไม่
สำนักงานอัยการนีซได้เริ่มการสอบสวนในข้อหาปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธและกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยผิดกฎหมาย โดยตำรวจฝ่ายยุติธรรมของนีซเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ หนังสือพิมพ์ Le Figaro รายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ใกล้กับเมืองเบซีเย่ร์ มีการแจ้งความว่าชายวัย 30 กว่าปีคนหนึ่งมีพฤติการณ์ยักยอกทรัพย์หรือฉ้อโกงโดยอ้างการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล รวมประมาณ 15 คดี โดยในจำนวนนี้มี 9 รายที่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายยุติธรรมสอบปากคำแล้ว
ผู้เสียหายบางรายอ้างว่าสูญเงินไปสูงสุดถึง 1.7 หมื่นยูโร โดยผู้เสียหายระบุว่าชายคนดังกล่าวเข้าหาพวกเขาด้วยวิธีรับฝากเงินลงทุนแล้วสัญญาว่าจะคืนผลกำไรให้
ชายคนดังกล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยระบุว่าเงินบางส่วนไม่ได้นำไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล แต่นำไปใช้พนันกีฬา และปัจจุบันตนเองก็ไม่มีกำลังทรัพย์พอที่จะคืนเงินได้ หนังสือพิมพ์ Midi Libre ได้รายงานทั้งจุดยืนของผู้เสียหายและฝ่ายชายผู้ถูกกล่าวหา
แม้ทั้งสองคดีจะเกิดขึ้นในลักษณะที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมคือข้อมูลการเข้าถึงบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลและเงินทุนที่อ้างว่าใช้เพื่อการลงทุน ต่างกลายเป็นประเด็นสำคัญของคดีอาญาทั้งสองกรณี ก่อนหน้านี้ในฝรั่งเศสเคยมีรายงานคดีลักพาตัวที่มุ่งเป้าไปที่รหัสเข้าถึงบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลมาแล้ว
คดีที่นีซยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนเรื่องการปล้นทรัพย์และกักขังหน่วงเหนี่ยว ส่วนคดีที่เบซีเย่ร์อยู่ในสถานะที่ผู้เสียหายหลายรายแจ้งความ ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธข้อกล่าวหา ทั้งความเป็นไปได้ในการฟ้องร้องและความเป็นไปได้ในการเรียกเงินคืนของทั้งสองคดี จะได้รับการยืนยันในขั้นตอนการสอบสวนต่อไป
ความคิดเห็น 0