ธนาคารซานอินโกโด(San-in Godo Bank) ของญี่ปุ่นเริ่มศึกษาโมเดลระดมทุนในพื้นที่ด้วยการใช้หลักทรัพย์ดิจิทัลแบบโทเคน (Security Token) โดยประเด็นแรกที่จะพิจารณาคือธนาคารจะสามารถออกโทเคนหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้เพื่อขายให้นักลงทุนโดยตรงได้หรือไม่
ธนาคารซานอินโกโด ร่วมกับเอ็นทีที ดาต้า(NTT DATA) และซีเคียวริไทซ์ เจแปน(Securitize Japan) ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ว่าทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันศึกษาโมเดลการใช้หลักทรัพย์ดิจิทัลสำหรับบริษัทในท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ยังไม่ใช่โครงการที่ยืนยันการออกจำหน่ายจริง แต่อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบความเป็นไปได้ ซึ่งรวมถึงการพิจารณาข้อกฎหมายและกระบวนการตัดสินใจภายในองค์กร
เนื้อหาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคือรูปแบบ 'การเสนอขายด้วยตนเอง' โดยธนาคารซานอินโกโดทำหน้าที่เป็นผู้ออกหลักทรัพย์เอง กล่าวคือธนาคารจะเป็นผู้ออกโทเคนหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้และขายให้นักลงทุนโดยตรง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดว่าจะออกจำหน่ายจริงหรือไม่ และหากออกจะเป็นช่วงเวลาใด
ทั้งสามบริษัทยังพิจารณาแนวทางเชื่อมต่อ 'ศูนย์ระบบร่วมธนาคารท้องถิ่น' (Chiho Ginko Kyodo Center) ซึ่งเป็นระบบใช้งานร่วมกันของเอ็นทีที ดาต้า เข้ากับแพลตฟอร์มหลักทรัพย์ดิจิทัลของซีเคียวริไทซ์ เจแปน หากแนวคิดนี้เกิดขึ้นจริง นักลงทุนจะสามารถเข้าสู่หน้าจอสมัครซื้อหลักทรัพย์ดิจิทัลได้จากระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งของธนาคารซานอินโกโดโดยตรง โดยมีการเสนอโครงสร้างที่ให้นักลงทุนเข้าร่วมได้ด้วยเงินจำนวนน้อยผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์แยกต่างหาก
การชำระเงินลงทุนและการรับดอกเบี้ยหรือเงินต้นคืนนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาให้ดำเนินการผ่านบัญชีธนาคารที่นักลงทุนถืออยู่ ประเด็นที่ต้องตรวจสอบครอบคลุม △ขั้นตอนการออกและการออกแบบผลิตภัณฑ์ △การพัฒนาระบบและการบริหารจัดการนักลงทุน △การเปิดเผยข้อมูลและกระบวนการจำหน่าย △การบริหารจัดการเมื่อครบกำหนดและการจ่ายดอกเบี้ย-คืนเงินต้น △การรับมือด้านกฎหมาย
หลักทรัพย์ดิจิทัลคือหลักทรัพย์ที่ออกและบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น บล็อกเชน ซึ่งแตกต่างจากคริปโตเคอร์เรนซีทั่วไป โดยภายใต้กฎหมายการซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินของญี่ปุ่น หลักทรัพย์ประเภทนี้ถูกจัดเป็นสิทธิที่แสดงผ่านหลักทรัพย์ที่โอนด้วยบันทึกอิเล็กทรอนิกส์ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเน้นการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเข้ากับงานระดมทุนและบริหารจัดการนักลงทุนของธนาคาร มากกว่าการขยายการซื้อขายโทเคนในตลาด
เบื้องหลังของความเคลื่อนไหวนี้คือโจทย์การกระจายช่องทางระดมทุนให้บริษัทในท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ธนาคารซานอินโกโดกำลังศึกษาโมเดลที่จะมอบทางเลือกเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินกู้และเงินอุดหนุนให้บริษัทในพื้นที่ พร้อมเปิดความเป็นไปได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้พันธบัตรท้องถิ่นในรูปแบบดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีการเสนอแนวทางขยายช่องทางให้ประชาชนและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการของท้องถิ่นได้มากขึ้น
ในญี่ปุ่นมีการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเปิดทางให้พันธบัตรท้องถิ่นออกในรูปแบบหลักทรัพย์ดิจิทัลได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 โดยเนื้อหาการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีกำหนดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2027 ทั้งนี้ การนำพันธบัตรท้องถิ่นมาอยู่ในรูปแบบดิจิทัลจะกลายเป็นช่องทางระดมทุนจริงได้ จำเป็นต้องมีระบบรองรับทั้งการออก การจำหน่าย การบริหารจัดการผู้ถือหลักทรัพย์ และการเปิดเผยข้อมูล
ธนาคารซานอินโกโดเริ่มขยายการศึกษาในเรื่องนี้อย่างจริงจังหลังจากโครงการ 'โคกิน ดิจิทัล กรีนบอนด์' (Kogin Digital Green Bond) ได้รับรางวัลสูงสุดจากการประกวดไอเดียภายในองค์กรเมื่อเดือนเมษายน 2025 จากนั้นจึงมีการหารือแนวทางผสานโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของเอ็นทีที ดาต้า เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของซีเคียวริไทซ์ เจแปน จนนำมาสู่ความร่วมมือครั้งนี้
ท่ามกลางกระแสการนำบล็อกเชนมาใช้กับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินในตลาดการเงินของญี่ปุ่นที่มีการหารืออย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับการศึกษาเครือข่ายชำระเงินด้วยบล็อกเชนของหน่วยงานกำกับดูแลการเงินและธนาคารกลางญี่ปุ่นที่เคยรายงานไปก่อนหน้านี้
ทั้งสามบริษัทมีแผนรวบรวมองค์ความรู้เชิงปฏิบัติที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ เพื่อนำไปพัฒนาเป็นโมเดลธุรกิจสำหรับสนับสนุนบริษัทในท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังจากนั้นจะพิจารณาขยายผลไปยังธนาคารท้องถิ่นอื่น ๆ ที่ใช้งานศูนย์ระบบร่วมธนาคารท้องถิ่นเดียวกันต่อไป
ความคิดเห็น 0