โครงการทดลอง ‘CHFD’ สเตเบิลคอยน์ที่อ้างอิงกับสวิสฟรังก์ ได้เข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์แล้ว หลังผู้ดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานตลาดการเงิน SIX และแพลตฟอร์มชำระเงิน TWINT เข้าร่วมเป็นพันธมิตรใหม่ ทำให้การทดลองที่เดิมมีธนาคารเป็นแกนหลักขยายวงไปสู่ภาคโครงสร้างพื้นฐานการเงินและการชำระเงินในวงกว้างขึ้น
ซิกนัม(Sygnum) บริษัทการเงินสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ว่า UBS(UBS), โพสต์ไฟแนนซ์(PostFinance), ซิกนัม(Sygnum), ไรฟไฟเซน(Raiffeisen), ธนาคารคันโทนัลซูริก(Zürcher Kantonalbank), ธนาคารคันโทนัลโวด์(Banque Cantonale Vaudoise, BCV), SIX, TWINT และสวิสสเตเบิลคอยน์ เอจี(Swiss Stablecoin AG) ร่วมกันทดสอบกรณีการใช้งานของ CHFD โดยซิกนัมอธิบายไว้ว่าการทดสอบครั้งนี้ดำเนินการในสภาพแวดล้อมดิจิทัลจริงที่มีการควบคุมอย่างรัดกุม
CHFD ถูกออกแบบให้มีมูลค่าคงที่ 1 ต่อ 1 กับสวิสฟรังก์ โดยแพลตฟอร์มทดสอบดำเนินการโดย CHFD อินฟราสตรัคเจอร์ เอจี(CHFD Infrastructure AG) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของสวิสสเตเบิลคอยน์ เอจี ทั้งนี้ CHFD เริ่มทำงานในเชิงเทคนิคบนแซนด์บ็อกซ์มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
การทดลองครั้งนี้มุ่งตรวจสอบกรณีการใช้งาน อาทิ การทำธุรกรรมอัตโนมัติระหว่างสถาบันการเงิน และการชำระเงินสินทรัพย์ดิจิทัลที่แปลงเป็นโทเคน นอกจากนี้ยังพิจารณาว่าฟีเจอร์การชำระเงินแบบตั้งโปรแกรมได้ (programmable payment) จะช่วยลด ‘ความเสี่ยงจากการฉ้อโกง’ ในธุรกรรมออนไลน์ กระจายบัตรเข้าร่วมงานอีเวนต์อย่างเป็นธรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินภาครัฐได้หรือไม่
แซนด์บ็อกซ์นี้ดำเนินการในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุม โดยจำกัดทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมและวงเงินธุรกรรม เป้าหมายของการทดสอบคือการหาคำตอบว่า CHFD จะสร้าง ‘มูลค่าเพิ่ม’ ได้ในด้านใดบ้าง และต้องอาศัยเงื่อนไขด้านเทคนิค การดำเนินงาน และกฎระเบียบแบบใด ความเคลื่อนไหวลักษณะนี้สอดคล้องกับกรณีของเกาหลีใต้ ที่ภาคธุรกิจบัตรเครดิตทดสอบระบบชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์เช่นกัน
โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดย UBS ร่วมกับธนาคารอีก 6 แห่งและสวิสสเตเบิลคอยน์ เอจี เป็นผู้ริเริ่ม ขณะนั้น UBS ระบุว่าจะทดสอบกรณีการใช้งานที่เชื่อมโยงสวิสฟรังก์เข้ากับแอปพลิเคชันบล็อกเชน และจะเดินหน้าแซนด์บ็อกซ์ตลอดปี 2026 พร้อมเปิดทางให้ผู้เข้าร่วมรายใหม่เข้ามาเพิ่มเติม ตามที่ประกาศไว้
การเข้าร่วมของ SIX มีนัยสำคัญในการทดสอบว่าจะสามารถเชื่อมโยงการออก การชำระ และการเก็บรักษาสินทรัพย์โทเคนไนซ์เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานตลาดการเงินที่มีอยู่เดิมได้หรือไม่ ส่วน TWINT จะพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำสเตเบิลคอยน์มาใช้งานบนแพลตฟอร์มชำระเงินในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ TWINT เคยระบุไว้ตั้งแต่ปี 2025 ว่ามีแผนเปิดแพลตฟอร์มให้รองรับสเตเบิลคอยน์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและเงินฝากแบบโทเคนไนซ์
การทดสอบครั้งนี้ยังไม่ใช่ขั้นตอนการตัดสินใจออกสเตเบิลคอยน์สวิสฟรังก์อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด โดยขั้นตอนการทดสอบมีกำหนดดำเนินต่อไปจนถึงปลายปี 2026
ความคิดเห็น 0