Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

QTOP ต่ำกว่าจุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ 4.3% สัดส่วนเซมิคอนดักเตอร์พุ่งแตะ 38.53%

ตารางสัดส่วนเซมิคอนดักเตอร์และกรอบราคาที่ปรากฏในข้อมูล / TokenPost.ai

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุน QTOP อยู่ที่ 37.55 ดอลลาร์ ต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ราว 4.3% ตัวเลขนี้ทำให้ตลาดจับตา QTOP ในฐานะดัชนีชี้วัดว่าเงินทุนสาย AI กำลังโยกจากโครงสร้างพื้นฐานอย่างศูนย์ข้อมูลและเซมิคอนดักเตอร์ ไปสู่บริษัทแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่นำ AI ไปใช้งานจริงหรือไม่

ไมค์ ซานโตลี(Mike Santoli) คอลัมนิสต์ของ CNBC เขียนในคอลัมน์เมื่อวันที่ 8 ว่า “หุ้นกลุ่ม AI consumption plays กลับมาได้เปรียบกว่าหุ้นกลุ่ม AI construction proxies อีกครั้ง” ซึ่งสะท้อนมุมมองว่าเม็ดเงินเริ่มไหลออกจากหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน-การก่อสร้างสาย AI ไปยังหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ทำกำไรจากการใช้งาน AI จริง

QTOP เป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนใน 30 บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในดัชนีแนสแด็ก 100 ข้อมูลอย่างเป็นทางการของ iShares ระบุว่า ณ วันที่ 4 กันยายน กองทุนมีสินทรัพย์สุทธิ 285,375,473 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.838 ล้านล้านวอน) และเก็บค่าธรรมเนียมบริหาร 0.20%

ในวันเดียวกัน NAV ของ QTOP อยู่ที่ 37.55 ดอลลาร์ ขณะที่กรอบราคาในรอบ 52 สัปดาห์อยู่ระหว่าง 28.86-39.25 ดอลลาร์ NAV ปัจจุบันต่ำกว่าจุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ราว 4.3% ส่วนตัวเลขที่ระบุว่าต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อ 3 เดือนก่อนราว 5% นั้น ไม่สามารถยืนยันได้โดยตรงจากหน้าข้อมูลทางการ

อย่างไรก็ตาม ไม่อาจมอง QTOP เป็นกองทุน ETF หุ้นกลุ่ม AI consumption ล้วนๆ ได้ เพราะเมื่อแยกตามหมวดอุตสาหกรรม สัดส่วน 'เซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์' สูงสุดที่ 38.53% ตามด้วยฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์เทคโนโลยี 15.12% สื่อและบันเทิง 14.45% และซอฟต์แวร์และบริการ 13.09%

หุ้นกลุ่ม AI consumption หมายถึงบริษัทแพลตฟอร์มและซอฟต์แวร์ที่นำฟีเจอร์ AI ไปผนวกกับผลิตภัณฑ์และบริการ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐาน AI หมายถึงศูนย์ข้อมูล เซมิคอนดักเตอร์ ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่รองรับการให้บริการ AI

QTOP จึงใกล้เคียงกับกองทุนที่รวมหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั้งสองกลุ่มไว้ด้วยกันมากกว่า ดังนั้นการขึ้นหรือลงของ QTOP เพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าทิศทางการลงทุนสาย AI ได้เปลี่ยนจากโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ฝั่งผู้ใช้งานแล้ว

ขณะเดียวกันก็ยังมองไม่ได้ว่าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอ่อนแรงลง ธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) ระบุในรายงานเบจบุ๊ก(Beige Book) เดือนสิงหาคมว่า คำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูลและกิจกรรมก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยยังแข็งแกร่ง และในบางพื้นที่ โครงการศูนย์ข้อมูลเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย

เจพีมอร์แกน แอสเซท เมเนจเมนท์(J.P. Morgan Asset Management) คาดการณ์ว่าในปี 2026 งบลงทุน(Capex) ของ 5 บริษัทไฮเปอร์สเกลเลอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ จะสูงกว่า 7.3 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 982 ล้านล้านวอน) เพิ่มขึ้นจากราว 4.16 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 560 ล้านล้านวอน) ในปี 2025 ซึ่งสนับสนุนมุมมองว่าความต้องการคอมพิวติ้งสาย AI และการลงทุนศูนย์ข้อมูลยังคงดำเนินต่อไป

ดีลที่เอ็นวิเดีย($NVDA) เข้าซื้อกิจการ Hugging Face ถูกยกมาเป็นตัวอย่างว่า AI กำลังขยายขอบเขตจากฮาร์ดแวร์ไปสู่ซอฟต์แวร์และการนำไปใช้งานจริง โดยเอ็นวิเดียเปิดเผยมูลค่าดีลเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ 12,930.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 17.3913 ล้านล้านวอน)

Hugging Face เป็นแพลตฟอร์มสำหรับแชร์โมเดล AI ชุดข้อมูล และแอปพลิเคชัน โดยเอ็นวิเดียระบุว่าจะยังคงให้ Hugging Face เป็นแพลตฟอร์มเปิดต่อไปหลังการเข้าซื้อกิจการ

ปฏิกิริยาตลาดออกมาแบบผสมผสาน MarketWatch รายงานว่าท่ามกลางแรงบวกต่อเนื่องของเอ็นวิเดียและหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ กองทุน ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่าง SOXX กลับอ่อนตัวลงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พร้อมชี้ว่ายังมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อช่องว่างระหว่าง 'มูลค่าหุ้น(valuation)' กับการเติบโตของรายได้ที่คาดหวังไว้

บนโซเชียลมีเดียก็มีทั้งฝ่ายที่มองว่าการซื้อ Hugging Face เป็นการขยายกลยุทธ์ และฝ่ายที่กังวลว่าหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันอาจเข้ามาตรวจสอบ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่น(sentiment) ของ QTOP บน Stocktwits ยังคงขึ้นเป็น N/A บนหน้าจอสาธารณะ สะท้อนว่าความสนใจของนักลงทุนกระจุกตัวอยู่ที่หุ้นรายตัวอย่างเอ็นวิเดีย แอปเปิล(AAPL) และไมโครซอฟท์(MSFT) มากกว่ากองทุน ETF โดยรวม

สำหรับนักลงทุนไทย QTOP ไม่ควรถูกมองเป็นสินค้าที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI consumption ล้วนๆ แต่ควรมองเป็นกองทุน ETF ที่สะท้อนทิศทางของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ไปพร้อมกัน หากต้องการประเมินทิศทางเม็ดเงินลงทุนจริง จำเป็นต้องพิจารณาสัดส่วนการถือครองของ QTOP ควบคู่กับทิศทางกองทุน ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และแผนงบลงทุนของกลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์ไปพร้อมกัน

ท้ายที่สุด การวิเคราะห์นี้ไม่ได้สื่อว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI สิ้นสุดลง แต่ใกล้เคียงกับการตรวจสอบว่าลำดับความสำคัญของตลาดกำลังปรับระหว่างฝั่งโครงสร้างพื้นฐานกับฝั่งผู้ใช้งานหรือไม่ การใช้เพียงสัดส่วนเซมิคอนดักเตอร์ที่สูงของ QTOP มาฟันธงเรื่องทิศทางเม็ดเงินจึงยังทำได้ยาก

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1