อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นลงอย่างรุนแรงก่อนพลิกกลับมาปรับตัวลดลง หลังมีข่าวการโจมตีโรงงานของบริษัทอารามโก (Aramco) ในซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นกว่า 3% ในระหว่างวันก่อนที่จะลดช่วงบวกลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเคลื่อนไหวสวนทางกลับมาเช่นกัน
ยอนฮับ อินโฟแม็กซ์ (Yonhap Infomax) รายงานว่า เมื่อเวลา 22.11 น. ตามเวลาเกาหลี (ตรงกับวันที่ 8) ในตลาดพันธบัตรนิวยอร์ก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.763% ลดลง 2.10 จุดพื้นฐาน (bp) เมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเวลา 15.00 น. ของวันทำการก่อนหน้า
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่อทิศทางนโยบายการเงิน ลดลง 1.50 bp มาอยู่ที่ 4.364% ส่วนพันธบัตรอายุ 30 ปี ลดลง 2.80 bp มาอยู่ที่ 5.218%
ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรอายุ 10 ปีและ 2 ปี แคบลงจาก 40.5 bp ในวันก่อนหน้า มาอยู่ที่ 39.9 bp หรือลดลง 0.6 bp ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระยะสั้น-ระยะยาวนี้ถือเป็นดัชนีสำคัญที่สะท้อนมุมมองของตลาดต่อภาวะเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงิน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและราคาพันธบัตรเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม การที่อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงในวันนี้จึงหมายความว่าราคาพันธบัตรในตลาดปรับตัวสูงขึ้น
ปัจจัยที่สร้างความปั่นป่วนให้ตลาดคือการที่กลุ่มกบฏฮูตี (Houthi) จากเยเมนอ้างว่าได้โจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย โดยกลุ่มฮูตีระบุในแถลงการณ์ว่าได้ใช้โดรนและขีปนาวุธพิสัยกลางโจมตีโรงงานพลังงานของบริษัทน้ำมันแห่งชาติซาอุดีอาระเบียอย่างอารามโก รวมถึงฐานทัพอากาศคามิสมูชัยต์
กลุ่มฮูตีระบุว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็น “ปฏิบัติการขนาดใหญ่” หลังข่าวการโจมตีแพร่ออกไป ความกังวลเกี่ยวกับโรงงานพลังงานในตะวันออกกลางและห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบก็เพิ่มสูงขึ้น
ทางการซาอุดีอาระเบียระบุว่า มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บจากเหตุโจมตีครั้งนี้ 73 คน โดยตัวเลขความเสียหายดังกล่าวอ้างอิงจากการแถลงของฝ่ายซาอุดีอาระเบีย
ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวขึ้นกว่า 3% ในระหว่างวันหลังมีข่าวการโจมตี โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) สัญญาส่งมอบเดือนตุลาคมพุ่งเข้าใกล้ระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นราคาน้ำมันอ้างอิงระดับสากล ขยับเข้าใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันอาจเป็นปัจจัยหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น ผ่านความกังวลเรื่องแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน เมื่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น เงินทุนที่ไหลเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยก็อาจสร้างแรงกดดันให้อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงได้เช่นกัน
ระหว่างวัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี เคยพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 5.283% ก่อนที่อัตราการปรับขึ้นของราคาน้ำมันโลกจะลดลงมาอยู่ในระดับ 1% ต้น ๆ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรคืนช่วงบวกทั้งหมดและพลิกกลับมาปรับตัวลดลง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรแกว่งตัวขึ้นลงตามปัจจัยที่เข้ามาระหว่างวัน แต่ตลาดยังไม่ได้กำหนดทิศทางที่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนบรรยากาศที่นักลงทุนต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันควบคู่ไปกับตัวเลขเงินเฟ้อก่อนตัดสินใจ
ตลาดพันธบัตรสหรัฐปิดทำการเมื่อวันที่ 7 เนื่องในวันแรงงาน (Labor Day) ดังนั้นการซื้อขายในวันนี้จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทนเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันทำการก่อนหน้า
ในสัปดาห์นี้ สหรัฐมีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งทั้งสองดัชนีถูกจับตามองในฐานะข้อมูลสำคัญที่จะบ่งชี้ทิศทางเงินเฟ้อและแนวทางนโยบายการเงินของสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังเหตุโจมตีโรงงานน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย โดยครั้งนี้ข่าวการโจมตีก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความผันผวนระยะสั้นให้กับราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเช่นเดียวกัน
ยอนฮับ อินโฟแม็กซ์ รายงานว่านักลงทุนแสดงท่าทีต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันจากตะวันออกกลางและตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐก่อนที่จะกำหนดทิศทางของตลาดพันธบัตร โดยดัชนี CPI และ PPI ของสหรัฐประจำเดือนสิงหาคมมีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้
ความคิดเห็น 0