กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (US Department of the Treasury) จะเปิดประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปี วงเงิน 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ผลการประมูลครั้งนี้อาจใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและความต้องการพันธบัตรรัฐบาลในตลาด
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุในประกาศการรีไฟแนนซ์รายไตรมาส (quarterly refunding) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ว่าจะคงวงเงินออกพันธบัตรอายุ 3 ปีไว้ที่ 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ในประกาศฉบับเดียวกัน ยังระบุวงเงินพันธบัตรอายุ 10 ปีที่ 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และพันธบัตรอายุ 30 ปีที่ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมคาดการณ์ว่าวงเงินออกพันธบัตรคูปองคงที่ (nominal coupon) และพันธบัตรอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (floating rate note) จะทรงตัวในระดับนี้ต่อไปอีกหลายไตรมาส
Crypto Briefing รายงานว่าการประมูลพันธบัตรอายุ 3 ปีรอบนี้จะมีขึ้นเวลา 13.00 น. ตามเวลาสหรัฐฝั่งตะวันออก (Eastern Time) ของวันที่ 8 และกำหนดชำระราคาวันที่ 15 กันยายน เมื่อเทียบเป็นเวลาประเทศไทยจะตรงกับ เที่ยงคืนของวันที่ 9 กันยายน อย่างไรก็ตาม จากภาพหน้าจอข้อมูลสาธารณะของ TreasuryDirect ยังไม่พบแถวตารางเวลาเฉพาะของรอบประมูลนี้ ทำให้วันที่ชำระราคาต้องรอการยืนยันอีกครั้งหลังการประมูลเสร็จสิ้น
ตามข้อมูลของ TreasuryDirect พันธบัตรอายุ 3 ปีจะออกจำหน่ายทุกเดือน และโดยทั่วไปกำหนดชำระราคาในวันที่ 15 ของเดือนนั้น ๆ การออกพันธบัตรรอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของกำหนดการออกตามปกติภายใต้กรอบการรีไฟแนนซ์รายไตรมาส โดยหลังจากพันธบัตรอายุ 3 ปีแล้ว จะมีการประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปีและ 30 ปีตามมา
ตัวเลขสำคัญที่ต้องติดตามจากการประมูลครั้งนี้คือ อัตราดอกเบี้ยที่ประมูลได้ (high yield) และความต้องการซื้อ ผลการประมูลจะเปิดเผยทั้งอัตราดอกเบี้ยสูงสุด อัตราส่วนการเสนอซื้อต่อวงเงิน (bid-to-cover ratio) และสัดส่วนผู้ประมูลที่ได้รับจัดสรรแยกตามกลุ่ม ทั้งดีลเลอร์ ผู้ซื้อโดยตรง และผู้ซื้อทางอ้อม TreasuryDirect ระบุว่าผลการประมูลจะเปิดเผยได้หลังเวลา 17.00 น. ตามเวลาสหรัฐฝั่งตะวันออกของวันประมูล
ก่อนการประมูล ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ยังเผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง รายงานภาวะตลาดต่างประเทศเมื่อวันที่ 8 ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีอยู่ที่ 4.759% อายุ 2 ปีอยู่ที่ 4.362% และอายุ 30 ปีอยู่ที่ 5.219%
ปัจจัยที่ถูกกล่าวถึงว่าอยู่เบื้องหลังการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาว ได้แก่ สงครามในอิหร่าน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และภาระด้านอุปทานทางการคลังของสหรัฐฯ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า หากอัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับขึ้นต่อเนื่อง ต้นทุนการออกหุ้นกู้ การกู้ยืม และการควบรวมกิจการของภาคธุรกิจอาจสูงขึ้นตามไปด้วย
ในทางกลับกัน มีมุมมองว่าการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอาจช่วยดึงดูดความต้องการลงทุน เนื่องจากทำให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยที่ได้รับสูงขึ้นตามไปด้วย ประเด็นที่ต้องจับตาในการประมูลรอบนี้คือ แรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูง กับความต้องการซื้อที่อาจเพิ่มขึ้นจากผลตอบแทนที่จูงใจ ฝ่ายใดจะมีน้ำหนักมากกว่ากัน
การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ คือกระบวนการที่นักลงทุนแข่งขันกันเสนอซื้อพันธบัตรที่รัฐบาลออกจำหน่าย การเปรียบเทียบวงเงินที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้กับผลการประมูลจริงจะช่วยสะท้อนว่าตลาดยอมรับระดับอัตราดอกเบี้ยและปริมาณพันธบัตรที่ออกมามากน้อยเพียงใด
พันธบัตรอายุ 3 ปีมีอายุสั้นกว่าพันธบัตรระยะยาว จึงสะท้อนความคาดหวังของตลาดต่ออัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ได้ชัดเจนกว่า อย่างไรก็ตาม ผลการประมูลเพียงรอบเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปทิศทางอัตราดอกเบี้ยหรือความแข็งแกร่งของความต้องการซื้อในระยะต่อไป
การออกพันธบัตรรอบนี้ยังมีความหมายมากกว่าการประมูลพันธบัตรรายการเดียว เพราะถือเป็นขั้นตอนแรกของกำหนดการรีไฟแนนซ์ประจำเดือนกันยายน เมื่อการประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปีและ 30 ปีตามมา ตลาดจะสามารถประเมินทั้งความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและภาระทางการคลังระยะยาวไปพร้อมกัน
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานประเด็นการซื้อคืนพันธบัตร (buyback) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และปัญหาสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรมาแล้ว การซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังเป็นเครื่องมือของหน่วยงานด้านการคลังในการบริหารโครงสร้างการออกและไถ่ถอนพันธบัตร รวมถึงสภาพคล่องในตลาดรอง ซึ่งมีลักษณะทางกลไกที่แตกต่างจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการตีความราคาสินทรัพย์ในตลาดตราสารหนี้โลกและสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ สำหรับนักลงทุนไทย การเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวสหรัฐฯ และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ก็เป็นปัจจัยที่ควรติดตามควบคู่กันเมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงราคาของผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ต่างประเทศและสินทรัพย์เสี่ยง
ในการรายงานภาวะตลาดที่เปิดเผยต่อสาธารณะ มีทั้งความเห็นเชิงระวังว่าอัตราดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นต่อจากปัจจัยสงครามและภาระด้านอุปทานทางการคลัง และความเห็นโต้แย้งว่าอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นสะท้อนความต้องการเงินทุนและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ความเห็นจากชุมชนออนไลน์มีกลุ่มตัวอย่างจำกัด จึงไม่อาจขยายผลไปเป็นข้อสรุปของตลาดโดยรวมได้
อัตราดอกเบี้ยที่ประมูลได้ อัตราส่วนการเสนอซื้อ และสัดส่วนการจัดสรรตามกลุ่มนักลงทุนของรอบนี้จะเปิดเผยหลังการประมูลเสร็จสิ้น ก่อนที่ผลจะออกมา ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าความต้องการซื้อแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ การประเมินขั้นต่อไปจะต้องอ้างอิงจากตัวเลขและเวลาที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ
ความคิดเห็น 0