เทรดเดอร์คริปโตที่เคยไม่มีใครรู้จักอย่าง 'บองก์กาย(Bonk Guy)' กำลังสร้างปรากฏการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยการแนะนำมีมคอยน์ราคาถูกต่อเนื่อง จนดันมูลค่าตลาดของเหรียญเหล่านั้นให้พุ่งขึ้นหลายสิบเท่าภายในเวลาสั้นๆ บนแพลตฟอร์มเทรด Fomo เขาทำกำไรไปแล้วกว่า 15 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 20,175 ล้านวอน) ขึ้นแท่นเทรดเดอร์อันดับ 1 ของแพลตฟอร์ม ซึ่งมีกำไรมากกว่าเทรดเดอร์อันดับ 2 ถึง 2 เท่า
สำนักข่าวโอเดลี(Odaily) รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 8 กันยายน (เวลาท้องถิ่น) ก่อนหน้านี้บองก์กายเคยสร้างชื่อจากการทำกำไรกับมีมคอยน์พอนส์(PONS) การจุดกระแส 'ยุครุ่งเรืองรอบสอง' ให้กับยูสเลส(USELESS) และการทำนายล่วงหน้าว่ามาร์สคอยน์(Marscoin) จะเข้าจดทะเบียนในไบแนนซ์(Binance)
ตัวอย่างที่สะท้อนอิทธิพลของบองก์กายปรากฏต่อเนื่องในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 5 กันยายน เวลาประมาณ 18.00 น. (เวลาเกาหลีใต้) เขาได้รับมีมคอยน์ซู(SUE) ซึ่งขณะนั้นมีมูลค่าตลาด 450,000 ดอลลาร์ มาในรูปแบบแอร์ดรอปมูลค่า 6,300 ดอลลาร์ (ประมาณ 8.47 ล้านวอน) วันถัดมา หลังเขาโพสต์แนะนำเหรียญนี้ผ่าน X (เดิมคือ Twitter) มูลค่าตลาดของ SUE ก็พุ่งทะลุ 10 ล้านดอลลาร์ และเคยขึ้นไปแตะ 13 ล้านดอลลาร์ในช่วงหนึ่ง
ต่อมาวันที่ 7 กันยายน เขาได้รับโทเคนซ็อก(SOCK) ซึ่งขณะนั้นมีมูลค่าตลาด 3.4 ล้านดอลลาร์ มูลค่ารวม 110,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 148 ล้านวอน) ก่อนออกมาแสดงท่าทีสนับสนุน ส่งผลให้มูลค่าตลาดของ SOCK เคยพุ่งเข้าใกล้ 14 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้เขายังเคยแนะนำเหรียญอื่นๆ อย่างเม็มสต็อก(memestock) และไมโครดั๊ก(microduck) รวมถึงเคยยืนยันว่าโรบินฮู้ดเชน(Robinhood Chain) และบีเอ็นบีเชน(BNB Chain) คือศูนย์กลางของกระแสมีมคอยน์รอบนี้ ก่อนล่าสุดจะหันไปชี้เป้ามีมคอยน์ 'MEME (A Meme Coin)' ที่ออกจากโรบินฮู้ดเชน จนราคาพุ่งขึ้นในเวลาอันสั้น
เมื่อวันที่ 7 กันยายน เขาโพสต์ข้อความว่ากำลังมองหาเหรียญที่มีมูลค่าตลาดต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์ โพสต์ดังกล่าวมียอดเข้าถึงมากกว่า 1.3 ล้านครั้ง และมีคอมเมนต์กว่า 11,000 รายการ ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง
วงการมีมคอยน์มองว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้อิทธิพลของบองก์กายเพิ่มขึ้น โดยระยะเวลาถือครองเฉลี่ยของเขาอยู่ที่ราว 5 วัน 10 ชั่วโมง ต่างจากเทรดเดอร์มีมคอยน์ทั่วไปที่มักเทขายทันทีหลังแนะนำเหรียญ ในวงการมีมคอยน์เรียกพฤติกรรมถือเหรียญต่อแม้ราคาพุ่งแรงว่า 'มือเพชร (diamond hands)' ส่วนพฤติกรรมเทขายทันทีเรียกว่า 'มือกระดาษ (paper hands)' โดยทั่วไปมีมคอยน์ราคาถูกมักเจอรูปแบบที่ผู้ถือครองรายแรกเทขายทันทีหลังมีการแนะนำ ทำให้ราคาพุ่งขึ้นระยะสั้นแล้วดิ่งลงอย่างรวดเร็ว แต่บองก์กายกลับมีพฤติกรรมที่ต่างออกไปจากแพทเทิร์นดังกล่าว
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมจากประวัติการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับชุมชนและนักพัฒนามีมคอยน์ รวมถึงความสนใจจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับไบแนนซ์(Binance) อย่างเหอ อี๋(He Yi) และนีน่า หลง(Nina Rong)
ปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ โอเดลีชี้ว่าจากวัฏจักรความนิยมของมีมคอยน์ในอดีต กระแสความร้อนแรงรอบนี้ก็อาจไม่ยืนยาวเช่นกัน ย้อนไปในช่วงกระแสมีมคอยน์บนโซลานา(Solana) ปี 2024 บุคคลที่ได้รับความสนใจคือแอนเซม(Ansem) ส่วนช่วงครึ่งแรกของปี 2025 เป็นกลุ่มเทรดเดอร์ที่ทำกำไรจากมีมคอยน์ที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์ และในช่วงครึ่งหลังของปีเดียวกัน ตลาดหันไปจับตามูรัด(Murad) ที่ได้ฉายา 'เจ้าพ่อมีมคอยน์' รวมถึงฉางเผิง เจ้า(Changpeng Zhao) และเหอ อี๋ ผู้ร่วมก่อตั้งไบแนนซ์ ทั้งนี้กระแสความนิยมลักษณะนี้มักอยู่ได้ราวหนึ่งเดือนก่อนจะซาลง
โอเดลียังระบุด้วยว่าปรากฏการณ์การไหลตามกระแสเช่นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตลาดคริปโตเท่านั้น โดยยกตัวอย่างกรณีของนักลงทุนเซเรนิตี้(Serenity) ที่ได้ฉายา 'เทพเจ้าหุ้นผมขาว' ซึ่งสร้างกระแสจากผลตอบแทนการลงทุนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนจะถูกลืมไปเมื่อตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนักในเดือนกรกฎาคม
นับตั้งแต่บองก์กายประกาศ 'ตลาดกระทิงมีมคอยน์' โดยชูยูสเลส(USELESS) เป็นตัวนำเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 8 กันยายนนี้ก็ผ่านมาแล้วราวครึ่งเดือน
ในรายงานเมื่อวันที่ 8 กันยายน โอเดลีอ้างอิงปัจจัยต่างๆ เช่น พูลสภาพคล่องดอกเบี้ยสูงที่ปรากฏบนโรบินฮู้ดเชนและบีเอ็นบีสมาร์ทเชน(BSC) รวมถึงข้อครหาการปั่นราคาระยะสั้นแล้วดิ่งลงของโทเคน 'ฟามี(FAMI)' และ 'จินเฉียน(JINQIAN)' พร้อมประเมินว่ากระแสความร้อนแรงจากบองก์กายอาจเริ่มแผ่วลงในช่วงปลายเดือนนี้
ความคิดเห็น 0