ตลาดคริปโตมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิราว 6.7 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา พลิกจากเดือนมิถุนายนที่เคยมีเงินไหลออกสุทธิราว 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์
BIT ระบุเมื่อวันที่ 9 (เวลาท้องถิ่น) ว่าตัวเลขนี้ได้จากการวิเคราะห์ 'ดัชนีเงินทุนสถาบันไหลเข้าตลาดคริปโต' ซึ่งรวมข้อมูล 3 ส่วนเข้าด้วยกัน คือการซื้อบิตคอยน์(BTC)ของบริษัทสแตรทีจี(Strategy·MSTR) กระแสเงินทุนของกองทุน ETF บิตคอยน์สปอตในสหรัฐฯ และปริมาณการออกสเตเบิลคอยน์ เพื่อประเมินทิศทางเงินที่ไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตโดยรวม
ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนเงินทุนจากผลิตภัณฑ์หรือนักลงทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการนำการซื้อสินทรัพย์ของบริษัท เงินทุนสถาบันผ่าน ETF และการเปลี่ยนแปลงปริมาณสเตเบิลคอยน์มาพิจารณาร่วมกัน เพื่อดูทิศทางเงินทุนของตลาดในภาพรวม
ในเดือนมิถุนายน เงินทุนไหลออกจากตลาดราว 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่การนับรอบ 30 วันล่าสุดจนถึงวันที่ 9 กลับพบเงินไหลเข้าราว 6.7 พันล้านดอลลาร์ การพลิกจากไหลออกสุทธิเป็นไหลเข้าสุทธิถือเป็น 'จุดสำคัญ' ของการวิเคราะห์ครั้งนี้
BIT นำกระแสเงินทุนของกองทุน ETF บิตคอยน์สปอตมารวมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของดัชนีเงินทุนสถาบัน เพราะ ETF ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงผลตอบแทนที่อ้างอิงราคาบิตคอยน์ได้โดยไม่ต้องถือเหรียญโดยตรง
อย่างไรก็ตาม เงินไหลเข้า ETF เพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ตัดสินทิศทางเงินทุนของตลาดคริปโตทั้งหมดได้ เนื่องจากลักษณะการนับเงินทุนของ ETF แตกต่างจากการซื้อของบริษัทหรือการออกสเตเบิลคอยน์
ปริมาณการออกสเตเบิลคอยน์เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งในดัชนีนี้ สเตเบิลคอยน์คือคริปโตที่ออกแบบให้มูลค่าผูกกับเงินตราสกุลหลักอย่างดอลลาร์ การออกเพิ่มขึ้นอาจบ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่พร้อมเคลื่อนเข้าสู่ตลาดแลกเปลี่ยนหรือตลาดการเงินไร้ตัวกลาง (DeFi)
แต่ดัชนีนี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าสเตเบิลคอยน์ที่ออกใหม่ถูกนำไปซื้อคริปโตจริงหรือไม่ เพราะการออกเหรียญกับการซื้อขายในตลาดเป็นขั้นตอนที่แยกจากกัน
การซื้อบิตคอยน์ของสแตรทีจีก็ถูกนับรวมในดัชนีเงินทุนสถาบันเช่นกัน สแตรทีจีถูกกล่าวถึงในฐานะบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง โดยกระแสเงินซื้อสินทรัพย์ของบริษัทถูกนำมารวมกับกระแสเงินทุนของ ETF
เมื่อนำการซื้อของบริษัท เงินไหลเข้าสุทธิของ ETF และปริมาณการออกสเตเบิลคอยน์มารวมเป็นตัวเลขเดียว จะช่วยให้เห็นทิศทางเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดในภาพกว้างขึ้น แต่ในทางกลับกัน ดัชนีนี้ไม่ได้แสดงจังหวะเวลาที่เงินแต่ละส่วนไหลเข้าจริงหรือปลายทางการใช้เงินในมาตรฐานเดียวกัน
BIT วิเคราะห์ว่าการฟื้นตัวของกระแสเงินไหลเข้าอาจช่วยหนุนแรงส่งของตลาดได้ แต่ระบุด้วยว่าหากต้องการให้บิตคอยน์ปรับขึ้นแรงกว่านี้ 'ความเร็ว' ของเงินที่ไหลเข้าจำเป็นต้องเพิ่มขึ้นอีก
การวิเคราะห์ครั้งนี้แสดงให้เห็นเพียงขนาดและทิศทางของเงินไหลเข้า แต่ไม่ได้อธิบายระยะเวลาการลงทุนหรือความต่อเนื่องของเงินทุนแต่ละกลุ่ม ดังนั้นการพลิกเป็นไหลเข้าสุทธิเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับฟื้นตัวเต็มที่แล้ว
โดยเฉพาะการซื้อบิตคอยน์ของบริษัทอาจขึ้นอยู่กับการตัดสินใจระดมทุนและบริหารสินทรัพย์ของแต่ละบริษัทเป็นหลัก ขณะที่กระแสเงินทุนของ ETF สะท้อนความต้องการลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์ ส่วนปริมาณการออกสเตเบิลคอยน์สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสภาพคล่องที่อาจไหลเข้าสู่ตลาดได้ในอนาคต
โดยสรุป ตลาดคริปโตในช่วงที่ผ่านมามีกระแสเงินทุนพลิกจากไหลออกสุทธิในเดือนมิถุนายนกลับมาเป็นไหลเข้าสุทธิ ทาง BIT ประเมินว่าหากต้องการหนุนให้บิตคอยน์ปรับขึ้นต่อ ไม่เพียงแต่ขนาดของเงินไหลเข้าเท่านั้นที่ต้องเพิ่มขึ้น แต่ความเร็วของกระแสเงินก็ต้องเร่งตัวขึ้นด้วยเช่นกัน
ความคิดเห็น 0