ปอนด์สเตอร์ลิงเป็นสกุลเงินที่แข็งค่าที่สุดในกลุ่มประเทศจี10(G10) ในปีนี้ แต่ทิศทางจากนี้จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ(Bank of England) และงบประมาณของรัฐบาลอังกฤษที่กำลังจะประกาศ
ธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ต่อปี ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ผลการลงคะแนนแบ่งเป็น 6 ต่อ 3 เสียง โดยกรรมการ 3 คนเสนอให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุด
การประชุมกำหนดดอกเบี้ยครั้งถัดไปของธนาคารกลางอังกฤษจะมีขึ้นในวันที่ 17 กันยายน รายงานการประชุมเดือนกรกฎาคมระบุความกังวลว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจกดดันเงินเฟ้อให้กลับมาเร่งตัวอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็ประเมินว่าตลาดแรงงานและการใช้จ่ายในประเทศเริ่มอ่อนแรงลง
ตัวเลขเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจส่งสัญญาณสวนทางกัน สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ(ONS) รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) เดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 2.9% สูงกว่าเดือนมิถุนายนที่ 2.6% และสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของธนาคารกลางอังกฤษ
ในทางกลับกัน ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) ที่แท้จริงของอังกฤษในไตรมาส 2 ขยายตัว 0.4% ลดลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 0.6%
ทิศทางดอกเบี้ยจากนี้จะขึ้นอยู่กับแนวโน้มเงินเฟ้อและเศรษฐกิจเป็นหลัก หากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น แรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นจนนำไปสู่เสียงเรียกร้องให้ขึ้นดอกเบี้ย แต่หากการจ้างงานและการใช้จ่ายในประเทศยังคงอ่อนแอ ภาระของการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติมก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
เสียงที่เสนอให้ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคมถูกมองว่าสะท้อนน้ำหนักที่ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าธนาคารกลางอังกฤษจะปรับขึ้นดอกเบี้ยจริงในการประชุมเดือนกันยายนหรือไม่
ธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) เป็นอีกปัจจัยที่อาจส่งผลต่อทิศทางของปอนด์ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(FOMC) มีกำหนดประชุมวันที่ 15-16 กันยายน โดย ณ วันที่ 9 กันยายน ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยจริงในการประชุมครั้งนี้หรือไม่
นโยบายการคลังก็เป็นอีกตัวแปรสำคัญ รัฐบาลอังกฤษกำหนดจะประกาศงบประมาณปี 2026 ในวันที่ 28 ตุลาคม
หากรายละเอียดด้านภาษี การใช้จ่าย และปริมาณการออกพันธบัตรรัฐบาลที่จะระบุในงบประมาณแตกต่างไปจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อาจส่งผลต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล ทั้งนี้ เนื้อหางบประมาณที่ชัดเจนยังไม่ถูกเปิดเผยในขณะนี้
หากการแข็งค่าของปอนด์ในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนทั้งแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจอังกฤษและความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยไปพร้อมกัน สิ่งที่ต้องติดตามจากนี้คือทั้งสองปัจจัยจะยังคงอยู่ควบคู่กันหรือไม่ หากเศรษฐกิจยังเติบโตต่อเนื่องแต่ธนาคารกลางอังกฤษไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย หรือหากงบประมาณส่งสัญญาณว่าจะมีการกู้ยืมเพิ่มขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ที่แรงหนุนต่อค่าเงินปอนด์จะอ่อนลง
ทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐและการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์ก็เป็นอีกปัจจัยที่ควรติดตามควบคู่กันไป
ขณะนี้กำหนดการที่ยืนยันแล้วมีเพียงการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษในวันที่ 17 กันยายน และการประกาศงบประมาณอังกฤษในวันที่ 28 ตุลาคม ทิศทางของค่าเงินปอนด์จากนี้จะต้องรอดูผลการตัดสินใจด้านนโยบายและแผนการคลังจากทั้งสองกำหนดการดังกล่าวก่อน จึงจะสามารถประเมินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ความคิดเห็น 0