Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

กำไรมีมคอยน์ในหน้าจอ ต่างจากกำไรที่ขายได้จริง

นักลงทุนที่เห็นภาพหน้าจอ 'กำไร' จากการเทรดมีมคอยน์ (Meme Coin) แล้วรีบไล่ซื้อตามทีหลัง อาจไม่ได้กำไรตามที่เห็นบนหน้าจอจริง เพราะราคาที่ผันผวนรุนแรง สภาพคล่องต่ำ และความล่าช้าในการจับคู่คำสั่งซื้อขายมักเกิดขึ้นพร้อมกัน ความแตกต่างระหว่าง 'กำไรที่ยังไม่รับรู้' กับ 'กำไรที่รับรู้แล้ว' หลังขายจริง ถูกชี้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขาดทุนมากขึ้นกว่าที่คิด

บล็อกเทมโป (BlockTempo) รายงานเมื่อวันที่ 9 โดยอ้างอิงการวิเคราะห์ของเทรดเดอร์ Route 2 FI ว่านักลงทุนมีมคอยน์จำนวนมากมักไล่ซื้อตามหลังเห็นภาพหน้าจอกำไรของคนอื่น ตัวเลขที่สื่อรายนี้นำเสนอระบุว่า ในรอบ 60 วันที่ผ่านมามีผู้เทรดที่ทำกำไรเกิน 500 ดอลลาร์ (ราว 670,000 วอน) เพียง 0.25% แต่ยังไม่พบข้อมูลต้นฉบับที่ยืนยันตัวเลขดังกล่าวแยกต่างหาก

'กำไรที่ยังไม่รับรู้' หมายถึงกำไรตามบัญชีของสินทรัพย์ที่ยังไม่ได้ขาย ในขณะที่ 'กำไรที่รับรู้แล้ว' คือกำไรหรือขาดทุนที่ยืนยันแล้วหลังจบการขาย มีมคอยน์ที่ขนาดการซื้อขายเล็กหรือราคาเสนอซื้อขายบาง อาจเห็นราคาร่วงลงอย่างรวดเร็วทันทีที่มีคำสั่งขายจำนวนมากเข้ามาพร้อมกัน

ด้วยเหตุนี้ อัตรากำไรที่ปรากฏบนหน้าจอตอนซื้อจึงไม่จำเป็นต้องตรงกับราคาปิดสถานะจริง แม้เดาทิศทางราคาได้ถูกต้อง แต่ถ้าราคาที่จับคู่คำสั่งขายจริงต่ำกว่าที่คาด กำไรก็อาจลดลงหรือกลายเป็นขาดทุนได้

โรบินฮู้ด(HOOD) เปิดตัวเมนเน็ตสาธารณะของ 'โรบินฮู้ดเชน' (Robinhood Chain) ซึ่งพัฒนาบนเครือข่ายเลเยอร์ 2 อาร์บิทรัม (Arbitrum) เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม บริษัทระบุว่าโรบินฮู้ดเชนเป็นสภาพแวดล้อมสำหรับพัฒนาบริการทางการเงินและการแปลงสินทรัพย์จริงให้เป็นโทเคน พร้อมประกาศความร่วมมือด้านสภาพคล่องกับยูนิสวอป(UNI)

โรบินฮู้ดเชนเป็นเครือข่ายที่รองรับการเงินไร้ตัวกลางและการซื้อขายสินทรัพย์ที่แปลงเป็นโทเคน แต่การเปิดตัวเครือข่ายหรือปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่ากำไรของมีมคอยน์แต่ละเหรียญจะได้รับการรับประกัน มีรายงานว่าปริมาณการซื้อขาย NFT บนโรบินฮู้ดเชนแซงหน้าอีเธอเรียม(ETH)ไปแล้ว แต่การเพิ่มขึ้นของธุรกรรมในระบบนิเวศหนึ่ง กับกำไรขาดทุนที่นักลงทุนแต่ละคนรับรู้จริงเป็นคนละเรื่องกันที่ต้องแยกพิจารณา

บล็อกเทมโปรายงานว่า มูลค่าตลาดรวมของแพลตฟอร์มออกโทเคน 'Pons' บนโรบินฮู้ดเชนทะลุ 900 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.2069 ล้านล้านวอน) ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หน้าเว็บไซต์ทางการของ Pons แสดงมูลค่าตลาดเป็นเครื่องหมายขีด และโทเคนที่เกี่ยวข้องมีสัญลักษณ์ระบุเป็น 'PONZ' ทำให้ยังไม่สามารถยืนยันความสอดคล้องระหว่างตัวเลขดังกล่าวกับชื่อโทเคนได้

เมื่อธุรกรรมบนแพลตฟอร์มออกโทเคนอย่าง Pons เพิ่มขึ้น สภาพคล่องเริ่มต้นและปริมาณการซื้อขายก็อาจขยายตัวตามไปด้วย แต่การที่ธุรกรรมคึกคักเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าราคาของโทเคนแต่ละตัวจะปรับขึ้นหรือกำไรของนักลงทุนจะเกิดขึ้นจริงเสมอไป

การเทรดตามโซเชียล หรือการไล่ตามเทรดเดอร์คนอื่น ก็เผชิญปัญหาลักษณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม FOMO โฆษณาว่าให้บริการติดตามเทรดเดอร์อันดับต้น แจ้งเตือนการซื้อแบบเรียลไทม์ กระดานผู้นำ และฟังก์ชันซื้อด้วยคลิกเดียว พร้อมชูตัวเลขผู้ใช้งานกว่า 500,000 คน

แต่จำนวนผู้สมัครใช้งานเป็นเพียงตัวเลขการตลาดของบริการเท่านั้น ไม่ได้สะท้อนกำไรขาดทุนที่รับรู้จริงของผู้ใช้ทั้งหมด และยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าอัตรากำไรที่แสดงบนกระดานผู้นำ ผู้ใช้ทุกคนจะทำซ้ำได้ในราคาเดียวกัน

ในช่วงเวลาที่เทรดเดอร์คนแรกซื้อโทเคนแล้วส่งการแจ้งเตือนออกไป จนถึงตอนที่นักลงทุนรายหลังส่งคำสั่งซื้อ ราคาก็อาจขยับไปแล้ว นี่คือเหตุผลที่แม้จะคัดลอกการเทรดแบบเดียวกัน แต่ราคาเข้าซื้อและราคาขายกลับแตกต่างกันได้

'Callout Rewards' ของ Pump.fun ก็เชื่อมโยงโพสต์แนะนำเข้ากับกิจกรรมการซื้อขาย แต่ไม่ได้หมายถึงผลกำไรจากการลงทุน ข้อกำหนดการใช้งานของ Pump.fun ระบุชัดว่าการจ่ายผลตอบแทนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ดำเนินการ และ 'Callout' ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการรับรองที่ผ่านการตรวจสอบ

ข้อกำหนดดังกล่าวยังระบุคำเตือนว่าการเทรดมีมคอยน์อาจทำให้สูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ กรณีปริมาณการซื้อขายบนบอนดิงเคิร์ฟของ Pump.fun ที่เพิ่มขึ้น ก็ต้องแยกพิจารณาระหว่างกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นบนแพลตฟอร์มกับกำไรขาดทุนของนักลงทุนแต่ละรายเช่นเดียวกัน

ท้ายที่สุด ผลขาดทุนจากการลงทุนมีมคอยน์ไม่ได้เกิดจากการคาดการณ์ทิศทางราคาผิดพลาดเพียงอย่างเดียว การเข้าซื้อทีหลัง สภาพคล่องต่ำ ความล่าช้าในการจับคู่คำสั่ง ความสับสนระหว่างกำไรที่ยังไม่รับรู้กับกำไรที่รับรู้แล้ว รวมถึงคอนเทนต์แนะนำและโครงสร้างผลตอบแทนต่างๆ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลร่วมกันได้

ตัวเลข 0.25% ที่บล็อกเทมโปนำเสนอ และมูลค่าตลาด 900 ล้านดอลลาร์ของ Pons ยังมีความคลาดเคลื่อนระหว่างแหล่งข้อมูล จึงยังไม่ควรนำมาใช้เป็นตัวเลขยืนยันที่แน่นอน ผลกระทบของมีมคอยน์และบริการเทรดตามโซเชียลต่อนักลงทุน ควรพิจารณาจากปริมาณการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม ราคาที่จับคู่คำสั่งจริง และกำไรขาดทุนที่รับรู้แล้วประกอบกันก่อนตัดสินใจ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1