เครือข่ายบล็อกเชนจากญี่ปุ่นอย่าง *อัสต้าเน็ตเวิร์ก(Astar Network)* ได้กลายเป็นบล็อกเชนแรกที่นำมาตรฐาน *ซูเปอร์เชน ERC-20(Superchain ERC20)* มาใช้กับโทเคนประจำเครือข่าย *อัสต้า(ASTR)* ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อจัดการกับปัญหาการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่าย เช่น อีเธอเรียม(ETH) และ โพลกาด็อต(DOT)
*ซูเปอร์เชน ERC-20* เป็นมาตรฐานใหม่ที่พัฒนาโดย *Optimism* และใช้ในระบบเครือข่ายร่วม *Superchain* ซึ่งเป็นความร่วมมือของหลายโปรเจกต์ที่ต้องการขยายระบบอีเธอเรียม โดยการรองรับมาตรฐานนี้ทำให้อัสต้าสามารถเคลื่อนย้ายโทเคน ASTR ข้ามไปยังบล็อกเชนเลเยอร์ 1 บนโพลกาด็อต, โครงการ ‘โซเนียม(Soneium)’ ของโซนี่ และเครือข่ายอื่น ๆ ที่เข้ามาร่วมใน Superchain ในอนาคต
อัสต้าเน็ตเวิร์กระบุว่า การรวมเทคโนโลยีในครั้งนี้ทำให้ ASTR กลายเป็น ‘สะพานแรก’ ที่เชื่อมอีเธอเรียมและโพลกาด็อต และในระยะยาว ASTR จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ใช้งานได้บนมัลติเชน “ความคิดเห็น” ของซาน บาคคัส(Zain Bacchus) ผู้จัดการผลิตภัณฑ์จาก OP Labs ผู้พัฒนา Superchain ระบุว่า "ความสามารถในการทำงานร่วมกันของ ASTR จะเป็นรากฐานอันเหมาะสมสำหรับการเติบโตของดิเฟย์(DeFi)"
ทั้งนี้ ฟังก์ชันการทำงานร่วมกันระหว่างเชนดังกล่าวอาศัยเทคโนโลยี *CCIP (Cross-Chain Interoperability Protocol)* ของ Chainlink ซึ่งถือเป็นโปรโตคอลมาตรฐานที่ออกแบบมาเพื่อการโอนถ่ายโทเคนข้ามบล็อกเชนอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
มาร์เทน เฮนส์เคนส์(Maarten Henskens) ผู้นำของอัสต้าเน็ตเวิร์ก กล่าวว่า “กรณีของ ASTR เป็นโมเดลการทำงานระหว่างเชนที่สร้างขึ้นด้วยมาตรฐานเดียวกันอย่างแท้จริง และถือเป็นจุดเปลี่ยนที่แสดงให้เห็นว่าอนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัลจะสามารถเคลื่อนย้ายระหว่างระบบนิเวศต่าง ๆ ได้อย่างไร”
อัสต้าเน็ตเวิร์กเปิดตัวเมนเน็ตเมื่อเดือนมกราคม 2022 โดยมุ่งเน้นการเชื่อมต่อระหว่างโครงสร้างพื้นฐานของโพลกาด็อตและอีเธอเรียมเพื่อเร่งการยอมรับเทคโนโลยี Web3 ปัจจุบัน ราคาของโทเคน ASTR อยู่ที่ราว 0.03 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 42 บาท) และมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 226 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,140 ล้านบาท)
ความคิดเห็น 0