ตลาดคริปโตของเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ หลังโครงการเหรียญดิจิทัลแนวศิลปะอย่าง ‘พิก้า(Pica Coin)’ ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับ **คดีฉ้อโกงมูลค่าประมาณ 33,400 ล้านวอน (ราว 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)** ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุนกว่า 14,000 ราย โดยมีการเปิดเผยว่านักร้องเคป็อปชื่อดังอย่าง ‘พัคกยูริ’ ก็มีชื่อพัวพันกับกรณีนี้ด้วย
จากรายงานของอัยการ พิก้า(Pica Coin) ใช้กลยุทธ์ล่อให้คนลงทุนด้วยคำโฆษณาเรื่องผลตอบแทนสูง ก่อนจะถูกพบว่าเนื้อหาเกี่ยวกับงานแสดงศิลปะและพันธมิตรเชิงพาณิชย์ที่โครงการอ้างถึงนั้นไม่ได้มีอยู่จริง อีกทั้งยังมีการปั่นราคาโทเคนอย่างไม่สุจริต โดยมีการสันนิษฐานว่ากลุ่มผู้บริหารได้ถอนเงินลงทุนไปกว่า 33,400 ล้านวอน ขณะนี้โทเคนพิก้าได้ถูกถอดออกจากรายการซื้อขายในเว็บเทรดหลักของเกาหลีใต้แล้ว
ต้นตอของเรื่องดูจะเชื่อมโยงกับ ซงจาฮา หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพิก้า ซึ่งกำลังถูกรับการสอบสวนกรณี **ฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์** อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรียกเสียงจากสื่อและสาธารณชนมากขึ้นคือความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างซงจาฮากับนักร้องสาวชื่อดังจากวง ‘คารา’ อย่างพัคกยูริ โดยเธอมีชื่อปรากฏในตำแหน่ง ‘ผู้จัดการด้านการสื่อสาร’ ของโครงการ และยังมีทั้งภาพถ่ายและชื่อของเธอปรากฏอยู่ในเอกสารเผยแพร่อย่างเป็นทางการของพิก้าด้วย
อย่างไรก็ดี พัคกยูริได้ออกมาปฏิเสธว่า **เธอไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงการพิก้า** พร้อมชี้แจงว่ารับงานเป็นเพียงผู้จัดนิทรรศการศิลปะ และได้รับค่าจ้างตามปกติ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ ทางการเงิน และไม่เคยมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการ รวมถึงเปิดเผยว่าการนำชื่อและภาพของเธอไปใช้ในเอกสารอย่างเป็นทางการนั้นเป็นการกระทำโดยไม่ได้รับความยินยอมล่วงหน้า
แต่สถานการณ์กลับซับซ้อนขึ้น เมื่อพัคกยูริอ้างว่าในเดือนมิถุนายน 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่พิก้าถูกถอดจากเว็บ Upbit เธอขาดทุนไปราว **60.6 ล้านวอน (ประมาณ 43,500 ดอลลาร์สหรัฐ)** ข้อความนี้ถูกโต้แย้งโดย ซองแฮจุง ซีอีโอของพิก้า ซึ่งแสดงหลักฐานว่าเธอได้รับเงินชดเชยจากซงจาฮาไปแล้ว และมีการเผยแพร่ภาพแชตที่อ้างว่าเป็นบทสนทนาเรื่องการรับเงินดังกล่าว ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของคำให้การจากเธอ
ณ ขณะนี้ พัคกยูริอยู่ระหว่างการสอบสวนจากอัยการ และยังคงปฏิเสธข้อหา ขณะที่การตรวจสอบเรื่องนี้ยังดำเนินต่อไป เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำถึงความ ‘เสี่ยง’ ของการมีศิลปินชื่อดังมาเกี่ยวข้องกับการ *โปรโมตโครงการคริปโต* โดยไม่มีความชัดเจนหรือความโปร่งใสมากพอ
ทั้งนี้ สื่อระบุว่าปรากฏการณ์ศิลปินและคนดังเข้าร่วมโปรโมตสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเกาหลีใต้เท่านั้น ก่อนหน้านี้ นักธุรกิจชื่อดังอย่างคิม คาร์เดเชียน เคยถูกปรับโทษโดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐ(SEC) ในข้อหาช่วยโปรโมตโปรเจกต์ EthereumMax อย่างไม่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ดาราอย่างลินด์เซย์ โลฮาน, ทอม เบรดี และแม้แต่นักแสดงตลกชื่อดังอย่าง แลร์รี เดวิด ก็ถูกสอบสวนหรือฟ้องร้องในกรณีเดียวกัน
*ความคิดเห็น:* ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรมีหลักเกณฑ์ในการควบคุมการมีส่วนร่วมของคนดังในตลาดคริปโต เนื่องจากคำแนะนำของบุคคลเหล่านี้อาจสร้างความ ‘มั่นใจผิด ๆ’ ให้กับนักลงทุน และนำไปสู่ความเสียหายทางการเงินอย่างรุนแรง
เหตุการณ์พิก้าในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่คดีฉ้อโกงธรรมดา แต่คือ ‘ภาพสะท้อน’ ถึงปัญหา ‘ข้อมูลไม่สมมาตร’ และ ‘จริยธรรมในการโฆษณา’ ที่ยังต้องหาคำตอบ ไม่เพียงแต่นักลงทุนเท่านั้นที่ควรระวัง แต่บรรดาคนดังเองก็ควรตระหนักถึงความรับผิดชอบก่อนเข้าร่วมโครงการคริปโตใด ๆ อย่างจริงจังเช่นกัน
ความคิดเห็น 0