บิตคอยน์(BTC) เข้าสู่ช่วงพักฐานหลังจากแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 123,400 ดอลลาร์ (ประมาณ 17,144,000 บาท) เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยล่าสุดซื้อขายอยู่ราว 114,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 15,846,000 บาท) ลดลงประมาณ 7% จากจุดสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการปรับฐานครั้งนี้เป็นเพียง *การปรับทางเทคนิค* และยังมีแนวโน้มที่ราคาบิตคอยน์จะทะลุระดับ 200,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 27,800,000 บาท) ภายในสิ้นปีนี้
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนอย่างคริปโตควันต์(CryptoQuant) ชี้ว่าการปรับตัวลงรอบนี้เป็นผลจาก *ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค, สัญญาณทางเทคนิค และแรงเทขายจากการถูกบังคับขาย* ประกอบกัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังอยู่ในช่วง ‘ค้นหามูลค่าที่แท้จริง’ ของบิตคอยน์ผ่านกลไก *อุปสงค์และอุปทาน* ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าอาจเห็น *แรงส่งรอบใหม่ในไตรมาส 4* ของปีนี้
จากข้อมูลออนเชนของไบนานซ์(Binance) พบว่าสภาพคล่องในรูปแบบของสเตเบิลคอยน์ยังรอการนำเข้าสู่ระบบอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจหมายถึง *การกลับเข้ามาของเงินทุนจากภายนอก* และเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ ‘Alt Season’ ที่บิตคอยน์และเหรียญทางเลือกอื่น ๆ อย่าง ไบแนนซ์คอยน์(BNB) อาจเข้าช่วงขาขึ้นไปพร้อมกัน โดยเฉพาะเมื่อ *สถาบันการเงินเริ่มกลับมาลงทุนในบิตคอยน์เพิ่มขึ้น* ก็ยิ่งเสริมความมั่นใจในแนวโน้มนี้
ด้านบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนเชนกลาสโนด(Glassnode) ระบุว่าเกิดแรงซื้อแข็งแกร่งที่ช่วงราคา 109,000 ถึง 116,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 15,151,000 ถึง 16,124,000 บาท) ขณะที่โซน 118,000 ถึง 120,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 16,402,000 ถึง 16,680,000 บาท) แทบไม่มีแรงขายออกมา ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนกลุ่มนี้มีแนวโน้มถือระยะยาวและ *ตั้งเป้าหมายกำไรในอนาคต*
นักลงทุนในตลาดส่วนใหญ่ยังคงมองโลกในแง่ดี โดยเทราแฮช(TeraHash) ประเมินว่าราคาบิตคอยน์น่าจะกลับมาอยู่ในช่วง 130,000 ถึง 150,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 18,070,000 ถึง 20,850,000 บาท) ภายในสิ้นปีนี้ ปัจจัยสนับสนุนมาจาก *กระแสเงินทุนไหลเข้า ETF, นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐ และการบังคับใช้กฎระเบียบ MiCA ของยุโรป* อย่างเต็มรูปแบบ
ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่างทอม ลี(Tom Lee) จากฟันด์สแตรต และนักลงทุนชื่อดังทิม เดรเปอร์(Tim Draper) ต่างคาดการณ์ว่าราคาบิตคอยน์อาจแตะ 250,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 34,750,000 บาท) ได้ภายในปีนี้ ส่วนชาลส์ ชวาบ(Charles Schwab) และไมค์ โนโวกราตซ์(Mike Novogratz) มองว่าในปี 2025 ราคาบิตคอยน์อาจขึ้นไปถึง *1,000,000 ดอลลาร์* (ประมาณ 139,000,000 บาท) ได้เช่นกัน
นอกเหนือจากออนเชนดาต้าแล้ว ดัชนี ‘ความยากในการขุด’ ก็มีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อรวมกับโมเดลบริการที่อิงกับแฮชเรตแล้ว ยิ่งสะท้อนถึงความต้องการจากนักลงทุนสถาบันที่มุ่งลดความเสี่ยงลง และยังเป็นแรงหนุนต่อ *แนวโน้มราคาบิตคอยน์ที่แข็งแกร่งแม้เผชิญการย่อตัวในระยะสั้น*
ความคิดเห็น 0