กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดที่ชี้ให้เห็นว่า *สเตเบิลคอยน์* กำลังเร่งให้เกิดการ *แปลงเป็นดิจิทัลของดอลลาร์สหรัฐ* ทั่วโลก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความไม่มั่นคงทางการเงิน ซึ่งนำไปสู่การใช้งาน ‘ดอลลาร์ดิจิทัล’ เพิ่มมากขึ้น แนวโน้มนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างอิทธิพลของสกุลเงินดอลลาร์ในฐานะสื่อกลางทางการเงิน แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของระบบการเงินโลก
งานวิจัยชิ้นนี้ใช้วิธีการวิเคราะห์แบบใหม่ที่พิจารณาถึงการใช้งาน VPN ทำให้สามารถติดตาม *การเคลื่อนไหวของสเตเบิลคอยน์ในสหรัฐและจีน* ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น จากการวิเคราะห์ พบว่าในเชิงปริมาณการทำธุรกรรม ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นผู้นำด้านขนาดการใช้จ่าย แต่หากพิจารณาเป็นสัดส่วนต่อ GDP จะพบว่าภูมิภาคแอฟริกา ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกามีการไหลเข้าสเตเบิลคอยน์ในระดับสูงอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะประเทศที่มีอัตราแลกเปลี่ยนผันผวน ซึ่งประชาชนเริ่มใช้สเตเบิลคอยน์ที่ผูกเข้ากับดอลลาร์สหรัฐเป็น *เครื่องมือในการรักษามูลค่าทางการเงิน*
ในยุโรป แม้จะมีการทำธุรกรรมสเตเบิลคอยน์ต่ำ แต่กลับมียอดธุรกรรมต่อครั้งสูง สะท้อนถึงการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือการลงทุนมากกว่าการโอนเงินระหว่างบุคคล ขณะที่ประเทศที่ประสบปัญหาวิกฤตค่าเงิน มีแนวโน้มใช้สเตเบิลคอยน์เพื่อการจ่ายเงินรายวันและโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นบทบาทของสเตเบิลคอยน์ในฐานะ *ทรัพย์สินปลอดภัยในรูปแบบดิจิทัล*
ผลการศึกษาในครั้งนี้ยังได้ชี้ให้เห็นถึง *จุดอ่อนของการวิเคราะห์ในภาคอุตสาหกรรม* ที่ผ่านมาซึ่งไม่สามารถตรวจสอบการใช้บริการผ่าน VPN ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดในภาพรวมของภูมิภาคและพฤติกรรมผู้ใช้งาน การวิเคราะห์ใหม่นี้จึงนับเป็นเครื่องมือสำคัญต่อ *การจัดทำนโยบายสเตเบิลคอยน์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น* และอาจใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศ
ข้อค้นพบของ IMF ครั้งนี้จึงเป็นหลักฐานว่า *สเตเบิลคอยน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่สินทรัพย์คริปโตทั่วไป* แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นกลไกที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อ *ระเบียบการเงินโลก* การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงส่งผลต่อยุทธศาสตร์ทางการเงินของสหรัฐ แต่ยังอาจมีผลกระทบต่อทิศทางของสกุลเงินดิจิทัลในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ขณะเดียวกัน ยังสอดคล้องกับแนวนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ประกาศผลักดัน ‘ดอลลาร์ดิจิทัล’ ซึ่งอาจกลายเป็น *หมากตัวสำคัญในการแข่งขันเพื่อครองความเป็นเจ้าแห่งอำนาจดิจิทัลของสหรัฐในอนาคต*
ความคิดเห็น 0