ชาร์ปลิงก์(SharpLink) เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลยุทธ์คริปโตอย่างจริงจัง หลังจากสามารถระดมทุนเพิ่มเติมได้ราว 2,780 พันล้านวอน (ประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์) เพื่อนำไปซื้ออีเธอเรียม(ETH) โดยตรง เงินทุนนี้ได้มาจากการเสนอขายหุ้นแบบเจาะจงต่อสถาบันการเงิน โดยกำหนดราคาหุ้นไว้ที่ 19.5 ดอลลาร์ต่อหุ้น และคาดว่าจะดำเนินการปิดดีลภายในวันที่ 8 สิงหาคม โดยมี A.G.P./อัลไลแอนซ์ โกลบอล พาร์ทเนอร์สเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์, โซซิเอเต้ เจเนราล์ และแคนเทอร์ ฟิตซ์เจอรัลด์ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและที่ปรึกษาทางการเงินตามลำดับ
การที่ชาร์ปลิงก์นำเงินทั้งหมดมาใช้ซื้อ *อีเธอเรียม* (ETH) บ่งชี้ชัดว่าคริปโตไม่ใช่เพียงสินทรัพย์ลงทุนแต่ได้กลายเป็นแกนกลางในยุทธศาสตร์การเงินของบริษัท ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ชาร์ปลิงก์เคยเปิดเผยต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐว่า บริษัทได้เข้าซื้อ ETH เป็นมูลค่ากว่า 3,040 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,226 พันล้านวอน) โดยได้ ETH กว่า 83,561 เหรียญ ในราคาเฉลี่ย 3,638 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ทำให้บริษัทมีคริปโตตัวนี้ในครอบครองมากถึง 521,939 ETH หรือราว 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ตามมูลค่าตลาดในปัจจุบัน
เริ่มต้นเพียงสองเดือนก่อน ชาร์ปลิงก์ได้สร้างคลัง ETH อย่างจริงจัง โดยระดมเงินทุนรวมกว่า 5,400 ล้านดอลลาร์ผ่านการขายหุ้นเพื่อนำไปซื้อ ETH ตามข้อมูลของ SER แพลตฟอร์มวิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัล เผยว่า จำนวนเหรียญที่บริษัทถือครองอยู่ในขณะนี้ สูงเป็นอันดับสองในบรรดาบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก รองจากบิตไมน์(BitMine) ที่ถือ ETH อยู่กว่า 833,137 เหรียญ
ที่น่าสนใจคือ *ชาร์ปลิงก์ได้นำ ETH ทั้งหมดไปสเตกกิ้ง (staking)* เพื่อสร้างรายได้ และนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างรายได้จากการสเตกกิ้งได้มากกว่า 3.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,720 ล้านวอน) ‘ความคิดเห็น’ กลยุทธ์นี้สะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวต่อ ETH ไม่เพียงแค่หวังผลตอบแทนจากราคาที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนสะสมผ่านการนำรายได้กลับไปลงทุนซ้ำ
ในมุมของผู้ถือหุ้น การมุ่งลงทุนไปยัง ETH สะท้อนให้เห็นในมูลค่าทางบัญชีของหุ้น ซึ่งอัตราส่วน ETH ต่อจำนวนหุ้นที่ออกอย่างเต็มที่ เพิ่มขึ้นมากถึง 83% ภายในช่วงเวลาเพียงสองเดือน ปัจจุบันโมเดลธุรกิจของชาร์ปลิงก์ที่เคยพึ่งพาเกมและการเดิมพันกีฬา กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่แพลตฟอร์มที่เน้น *อีเธอเรียม* เป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าหลายองค์กรเริ่มปรับโครงสร้างทางการเงินให้เข้ากับเครือข่ายบล็อกเชน
ทิศทางของชาร์ปลิงก์ครั้งนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนกรอบแนวคิดขององค์กรที่เริ่มมอง *คริปโตเคอร์เรนซี* เป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินในอนาคต’ มากกว่าจะเป็นสินทรัพย์เสี่ยงเพียงอย่างเดียว อีกทั้งการที่สามารถดึงดูดเงินทุนจากสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมได้ ยังแสดงถึงแนวโน้มการหลอมรวมระหว่างโลกการเงินเก่ากับ *สินทรัพย์ดิจิทัล* ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างชัดเจนในเวลานี้
ความคิดเห็น 0