บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ระหว่างวันที่ 18-20 ส.ค. ตามเวลาไทย ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาที่ยังไม่จางหาย ตัวเลขที่ออกมาจะสะท้อนทั้งการใช้จ่ายซื้อสินค้าจำเป็นและงบซ่อมแซมบ้านของครัวเรือนอเมริกัน
โฮมดีโป(Home Depot, HD) จะประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ในวันที่ 18 ส.ค. เวลา 20.00 น. ทาร์เก็ต(Target, TGT) แถลงในวันที่ 19 ส.ค. เวลา 19.00 น. ส่วนโลว์ส(Lowe's, LOW) จัดประชุมทางโทรศัพท์แถลงผลประกอบการวันเดียวกันเวลา 20.00 น. และวอลมาร์ท(Walmart, WMT) จะจัดงานแถลงผลประกอบการวันที่ 20 ส.ค. เวลา 19.00 น. ตามเวลาไทย โดยกำหนดการทั้งหมดยืนยันจากหน้านักลงทุนสัมพันธ์ของแต่ละบริษัท ได้แก่ โฮมดีโป IR, ทาร์เก็ต IR, โลว์ส IR และ วอลมาร์ท IR
สิ่งที่ตลาดจับตาไม่ใช่แค่ยอดขายรวม แต่เป็น 'โครงสร้าง' ของการใช้จ่ายผู้บริโภค วอลมาร์ทและทาร์เก็ตสะท้อนความต้องการซื้อของชำ สินค้าจำเป็น และสินค้าลดราคา ขณะที่โฮมดีโปและโลว์สสะท้อนการใช้จ่ายซ่อมแซมและปรับปรุงบ้าน
ในภาวะที่ดอกเบี้ยสูงและราคาสินค้ายังกดดันไปพร้อมกัน สิ่งสำคัญคือครัวเรือนอเมริกันใช้เงินไปกับอะไรและตัดลดค่าใช้จ่ายส่วนไหน แม้เป็นผลประกอบการค้าปลีกเหมือนกัน แต่การใช้จ่ายสินค้าจำเป็นกับการใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยอาจถูกตีความเป็นสัญญาณเศรษฐกิจคนละแบบ
สำนักสถิติแรงงานสหรัฐฯ(BLS) รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) เดือนมิถุนายนลดลง 0.4% เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาหมวดอาหารเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อน ส่วนพลังงานลดลง 5.7% ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงานที่ผันผวนสูงทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าและเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวปรากฏใน รายงานของสำนักสถิติแรงงานสหรัฐฯ
ระดับราคาที่แตกต่างกันในแต่ละหมวดสินค้าทำให้การประเมินแยกออกจากกัน หากแรงกดดันราคาของชำและสินค้าจำเป็นยังคงอยู่ ทิศทางลูกค้าที่เข้าร้านลดราคาและไฮเปอร์มาร์เก็ตจะยิ่งสำคัญ ในทางกลับกัน หากตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัวและต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น สิ่งที่ต้องจับตาในผลประกอบการของโฮมดีโปและโลว์สคือการใช้จ่ายซ่อมแซมเล็กๆ น้อยๆ ยังคงอยู่ได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อเทียบกับการรีโนเวตขนาดใหญ่ที่ลดลง
สำนักข่าวเอพี(AP) รายงานว่าผลประกอบการของวอลมาร์ท ทาร์เก็ต โฮมดีโป และโลว์ส จะเป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภครับมือกับราคาสินค้าที่ยังสูงอย่างไร และเนื่องจากตัวชี้วัดการบริโภคชุดเดียวกันนี้อาจเคลื่อนไหวคนละทิศระหว่างสินค้าจำเป็นกับการใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย การตีความของตลาดจึงอาจแตกต่างกันไปด้วย
ในสัปดาห์เดียวกันยังมีกำหนดการของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ทับซ้อนอยู่ด้วย โดยเฟดจะเผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน(FOMC) ครั้งที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28-29 ก.ค. ในวันที่ 19 ส.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งตรงกับเวลาไทยวันที่ 20 ส.ค. เวลา 01.00 น. TokenPost เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่ารายงานการประชุม FOMC และผลประกอบการค้าปลีกสหรัฐฯ ตกอยู่ในสัปดาห์เดียวกัน
รายงานการประชุม FOMC คือเอกสารที่แสดงให้เห็นว่ากรรมการเฟดประเมินสถานการณ์ราคา เศรษฐกิจ การจ้างงาน และแนวทางอัตราดอกเบี้ยอย่างไรในวันประชุม หากแถลงการณ์หลังการประชุมสรุปเฉพาะข้อสรุป รายงานการประชุมจะเผยให้เห็นขอบเขตการถกเถียงที่นำไปสู่ข้อสรุปนั้น เมื่อผลประกอบการค้าปลีกและรายงานการประชุม FOMC ออกมาในสัปดาห์เดียวกัน ตลาดจะได้เปรียบเทียบภาพการบริโภคกับสภาพแวดล้อมด้านดอกเบี้ยไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปทิศทางการบริโภคโดยรวมของสหรัฐฯ จากผลประกอบการรอบนี้เพียงอย่างเดียว วอลมาร์ทและทาร์เก็ตเป็นตัวชี้วัดที่ใกล้เคียงกับสินค้าจำเป็นและการซื้อสินค้าลดราคา ขณะที่โฮมดีโปและโลว์สสะท้อนการใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยมากกว่า แม้เป็นการบริโภคเหมือนกัน แต่ทิศทางอาจต่างกันไปตามประเภทสินค้า ระดับรายได้ และการมีบ้านเป็นของตัวเองหรือไม่
รายการที่ต้องจับตาในผลประกอบการกลุ่มค้าปลีกครั้งนี้ ได้แก่ △ยอดขายร้านเดิม △อัตรากำไร △สินค้าคงคลัง △คำแนะนำผลประกอบการ(Guidance) △ความต้องการซ่อมแซมบ้าน ยอดขายร้านเดิมคือยอดขายที่เปรียบเทียบเฉพาะสาขาเดิม ไม่นับรวมสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่ ส่วนอัตรากำไรและสินค้าคงคลังจะบอกได้ว่าแรงกดดันจากการลดราคาและต้นทุนที่สูงขึ้นสะท้อนเข้าไปในผลประกอบการมากน้อยเพียงใด
ตัวเลขจากวอลมาร์ทและทาร์เก็ตจะใช้ยืนยันว่าผู้บริโภคเลือกอย่างไรระหว่างสินค้าจำเป็นกับสินค้าฟุ่มเฟือย ส่วนตัวเลขจากโฮมดีโปและโลว์สจะสะท้อนว่าการชะลอตัวของตลาดที่อยู่อาศัยและต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้นส่งผลต่อการใช้จ่ายซ่อมแซมและรีโนเวตบ้านมากน้อยแค่ไหน
สำหรับนักลงทุนในไทย กำหนดการสัปดาห์นี้ถือเป็นข้อมูลประกอบการประเมินทั้งภาพการบริโภคสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายดอกเบี้ยไปพร้อมกัน หุ้นกลุ่มค้าปลีกสหรัฐฯ จะบอกว่าการบริโภคชะลอตัวจริงหรือไม่ ขณะที่รายงานการประชุม FOMC จะสะท้อนบรรยากาศการถกเถียงด้านนโยบายการเงิน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของผลประกอบการค้าปลีกและรายงานการประชุมครั้งนี้ต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังต้องติดตามเพิ่มเติม
สรุปกำหนดการสัปดาห์นี้ตามเวลาไทย เริ่มจากผลประกอบการโฮมดีโปวันที่ 18 ส.ค. เวลา 20.00 น. ตามด้วยผลประกอบการทาร์เก็ตวันที่ 19 ส.ค. เวลา 19.00 น. ผลประกอบการโลว์สวันที่ 19 ส.ค. เวลา 20.00 น. รายงานการประชุม FOMC วันที่ 20 ส.ค. เวลา 01.00 น. และปิดท้ายด้วยผลประกอบการวอลมาร์ทวันที่ 20 ส.ค. เวลา 19.00 น.
ความคิดเห็น 0