กระแสการไหลออกของเงินทุนจากกองทุน ETF อิงตามราคาสปอตของอีเธอเรียม(ETH) ส่งสัญญาณสะดุดต่อแนวโน้มขาขึ้นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) กองทุนดังกล่าวมีเงินไหลออกสุทธิสูงถึง 196.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,733 ล้านบาท) ซึ่งนับเป็นการไหลออกในวันเดียวที่มากเป็นอันดับสองนับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนมา หากรวมกับการไหลออกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 821 ล้านบาท) ทำให้ยอดเงินที่เคลื่อนย้ายออกจาก ETF นี้ในช่วงสองวันรวมกันสูงถึง 256 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,554 ล้านบาท)
สถานการณ์นี้ตรงข้ามกับการไหลเข้าสุทธิที่เคยเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอด 8 วันก่อนหน้า ซึ่งมียอดรวมกว่า *3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ 5.1 แสนล้านบาท) ในช่วงเวลานั้น มีการลงทุนเข้าสูงถึง *1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ 1.39 แสนล้านบาท) ภายในวันเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นอย่างมากจากนักลงทุน อย่างไรก็ตาม แรงซื้อที่แข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้าเริ่มแสดงสัญญาณอ่อนตัวในระยะสั้น
ในรายงานจากบริษัทวิจัยอังกฤษ Farside Data พบว่า *แบล็คร็อก(BLK)* และ *ฟิเดลิตี้* คือสองสถาบันหลักที่ถอนเงินออกจาก ETF ดังกล่าว โดยแบล็คร็อกไถ่ถอนหุ้นเป็นเงินราว 87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,209 ล้านบาท) ขณะที่ฟิเดลิตี้ถอนออกประมาณ 79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,099 ล้านบาท) รวมแล้วมีเงินไหลออกจากทั้งสองสถาบันจำนวน *166 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ 2,308 ล้านบาท) นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 5 ที่ผ่านมา กองทุน FETH ของฟิเดลิตี้ ยังพบการไถ่ถอนในวันเดียวสูงสุดถึง *272 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ 3,781 ล้านบาท)
**ความคิดเห็น** จากผู้เชี่ยวชาญในตลาดมองว่า การไหลออกครั้งนี้น่าจะเป็นการเก็บเกี่ยวกำไรระยะสั้น เนื่องจากเมื่อ ETF เปิดตัว ก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามและมีกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกขายทำกำไร อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูปัจจัยระดับมหภาค เช่น ทิศทางนโยบายดอกเบี้ย และศักยภาพในการขยายตัวของระบบนิเวศบล็อกเชน ซึ่งอาจนำไปสู่การฟื้นตัวของกระแสเงินทุนในอนาคต
ความคิดเห็น 0