กองทุน ETF อิงอีเธอเรียม(ETH) ในตลาดสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรงในวันที่ 1 สิงหาคม โดยมีมูลค่าการไหลออกมากถึง 152.3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,117 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการสูญเสียรายวันครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม และเป็นการยุติการไหลเข้าอย่างต่อเนื่องตลอด 20 วัน ตามรายงานของ Fosside Investors
ในช่วง 20 วันที่ผ่านมา ETF อิงอีเธอเรียมมีเงินทุนไหลเข้าสะสมถึง 5.4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 75,060 ล้านบาท) คิดเป็นค่าเฉลี่ยรายวันราว 270 ล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์มองว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยมหภาค โดยเฉพาะท่าทีล่าสุดของคณะกรรมการตลาดเสรีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) และตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
เจมส์ บัตเตอร์ฟิลด์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CoinShares กล่าวใน *ความคิดเห็น* ว่า “ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจทำให้เม็ดเงินในสินทรัพย์เสี่ยงเกิดการชะลอตัวชั่วคราว”
ก่อนหน้านี้ สถิติการไหลเข้าที่ยาวนานที่สุดอยู่ที่ 19 วันเมื่อเดือนมิถุนายน ปีนี้ คิดเป็นมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ และในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา มีกระแสเงินไหลเข้าต่อเนื่อง 18 วันรวม 2.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัล
กระแสเงินทุนล่าสุดขับเคลื่อนโดย ETHA หรือกองทุน ETF อิงอีเธอเรียมของแบล็คร็อก(BLK) โดย เอริก บัลชูนาส นักวิเคราะห์อาวุโสด้าน ETF ของ Bloomberg เปิดเผยว่า ETHA ติด Top 3 ของ ETF ที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดในเดือนกรกฎาคม คิดเป็น 4.2 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ *78%* ของเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ ETF อิงอีเธอเรียมทั้งหมดในช่วงนั้น
ETHA ปัจจุบันมียอดเงินสะสมทั้งหมดเกิน 9.7 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 134,930 ล้านบาท ทำให้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในสามกองทุน ETF ที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาดปัจจุบัน คู่กับ IBIT ซึ่งคือ ETF อิงบิตคอยน์(BTC) และ Vanguard S&P500 ETF(VOO)
แม้ภาวะตลาดจะเกิดแรงขายในระยะสั้น แต่นักลงทุนยังคงมองว่าตลาด ETF อิงอีเธอเรียมยังมี *แนวโน้มที่แข็งแกร่งในระยะยาว* โดยเฉพาะกองทุนขนาดใหญ่เช่น ETHA ที่ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของอีเธอเรียมในฐานะสินทรัพย์ที่เริ่มเป็นที่ยอมรับในภาคการเงินสถาบัน
ความคิดเห็น 0