อาเธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes) ผู้ร่วมก่อตั้งบิทเม็กซ์(BitMEX) ได้เข้าร่วมเป็นกรรมการบริษัทของธุรกิจรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ทรัมป์ประกาศอภัยโทษให้เขาในเดือนมีนาคม ส่งผลให้การมีประวัติอาชญากรรมฐานละเมิดกฎหมายความลับของธนาคารสหรัฐถูกลบออกไป
เฮย์สเคยเป็นผู้นำตลาดตราสารอนุพันธ์ของบิตคอยน์(BTC) ผ่านบิทเม็กซ์ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในช่วงหนึ่ง แต่หลังจากถูกหน่วยงานกำกับดูแลเข้าไปสอบสวน ตัวแพลตฟอร์มก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีที่ผ่านมา เฮย์สได้เดินทางเยือนคลินิกรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิดที่เม็กซิโกและกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่าเขาเข้าไปมีบทบาทในฐานะนักลงทุนตั้งแต่ช่วงก่อนเข้าร่วมบอร์ดบริหาร
ในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg เฮย์สเผยว่า เขาต้องการ "ใช้ชีวิตให้นานที่สุดและแข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้" และมองว่าอุตสาหกรรมการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิดกำลังก้าวสู่ยุคแห่งความเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ชื่อของบริษัทที่เขาเข้าร่วมยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่มีความชัดเจนว่ากำลังอยู่ในกระบวนการรีแบรนด์ใหม่
ความเคลื่อนไหวของเฮย์สนับสนุนจังหวะเดียวกับการที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีคำสั่งอภัยโทษให้อดีตผู้บริหารบิทเม็กซ์ทั้ง 4 คนในเดือนมีนาคม ได้แก่ เฮย์ส, เบนจามิน เดลโล, เกรกอรี ดูวายเออร์ และซามูเอล รีด ซึ่งทั้งหมดเคยยอมรับผิดในข้อหาละเมิดกฎหมายความลับของธนาคารจากการดำเนินระบบป้องกันการฟอกเงินที่ไม่ได้มาตรฐาน
การเข้าร่วมในสายธุรกิจเทคโนโลยีสุขภาพของเฮย์สครั้งนี้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ‘การเมืองสหรัฐ’ กับ ‘บุคคลสำคัญในวงการคริปโต’ ที่ยังคงเชื่อมโยงกันอย่างน่าจับตา *ความคิดเห็น* ขณะที่สุขภาพและอายุยืนกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินทรัพย์เพื่อการลงทุน สายตาของอภิมหาเศรษฐีด้านคริปโตอย่างเฮย์สกำลังบ่งชี้ทิศทางใหม่ที่อุตสาหกรรมนี้อาจหันไปให้ความสนใจในอนาคต
ความคิดเห็น 0