กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเริ่มต้นโครงการทดลองนำข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศ เช่น ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) บันทึกและเผยแพร่ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยมี *พายธ์เน็ตเวิร์ก(PYTH)* เป็นพันธมิตรรายหลักในการดำเนินการ ส่งผลให้ราคาของ *พายธ์(PYTH)* พุ่งขึ้นกว่า 91% ภายในวันเดียว ได้รับความสนใจอย่างมากจากตลาดคริปโต
เมื่อวันที่ 28 (เวลาท้องถิ่น) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศว่าจะทดลองแสดงข้อมูลเศรษฐกิจต่างๆ แบบเรียลไทม์ลงบนบล็อกเชน ซึ่ง *พายธ์เน็ตเวิร์ก* จะทำหน้าที่เป็นเครือข่ายยืนยันความถูกต้องและกระจายข้อมูลอย่างโปร่งใส โดยมี *เชนลิงก์(LINK)* เข้าร่วมเป็นพันธมิตรเพิ่มเติม ข้อมูลจะถูกเผยแพร่ในหลายเครือข่ายบล็อกเชน ไม่ว่าจะเป็น บิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH), โซลานา(SOL), อวาแลนช์(AVAX), และโพลิกอน(MATIC) นอกจากนี้ ยังมีผู้ให้บริการคริปโตชื่อดัง เช่น คอยน์เบส, แครเคน และเจมินี เข้าร่วมกระจายข้อมูลนี้ด้วย ฮาเวิร์ด ลูตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐกล่าวว่า “นี่คือก้าวสำคัญในการทำให้ข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐโปร่งใสมากขึ้นในระดับโลก”
หลังจากประกาศออกมา ราคาของ *PYTH* เพิ่มขึ้นกว่า 90% แตะระดับ 0.22 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 306 บาท) และมียอดซื้อขายทะลุ 2.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท) ขณะที่ราคาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่า 95% จากมุมมองด้านเทคนิค ยังพบสัญญาณเชิงบวก เช่น การเกิด ‘บูลดิฟเจนซ์’ ที่ราคาภายนอกยังลดลง แต่โมเมนตัมกลับส่งสัญญาณบวก นำไปสู่การฝ่าฝืนแนวโน้มขาลง นักวิเคราะห์บางรายเช่น จาวอน มาร์กส์ คาดว่า ราคาสามารถพุ่งได้ถึง 0.50 ดอลลาร์ (ราว 695 บาท) หรือเพิ่มขึ้นอีก 173% จากระดับปัจจุบัน
ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลจากตลาดฟิวเจอร์สบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างชัดเจน โดย *CryptoQuant* รายงานว่าระหว่างปลายกรกฎาคมถึงช่วงกลางสิงหาคม มีแรงขายจำนวนมาก แต่เริ่มกลับทิศทันทีในวันที่ 28 หลังมีข่าวเปิดตัวโครงการ บ่งชี้ว่า ‘การประกาศความร่วมมือกับภาครัฐมีผลโดยตรงต่อตลาด’
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางกระแสพุ่งแรง ก็พบสัญญาณของการทำกำไรจากนักลงทุนบางราย โดยข้อมูลจาก *Stockchain* พบว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา *PYTH* ถูกขายออกไปกว่า 166,000 ดอลลาร์ (ราว 23.1 ล้านบาท) กลายเป็นโทเคนที่ถูกขายมากที่สุดในตลาด สะท้อนว่าผู้ถือครองรายใหญ่บางส่วนเริ่มทยอยขายเพื่อล็อกกำไร
การพุ่งขึ้นของ *PYTH* ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นผลจากตัวเลขและข้อมูลจากภาครัฐ แต่ยังเชื่อมโยงกับ ‘การเพิ่มความโปร่งใสและการเข้าถึงของข้อมูลสาธารณะ’ ซึ่งเป็นเรื่องที่เทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถตอบโจทย์ได้โดยตรง *PYTH* จึงสามารถชิงความได้เปรียบในฐานะกรณีศึกษาที่จับต้องได้ของการใช้คริปโตในกิจการของรัฐ ขณะที่นักลงทุนก็คาดหวังต่อความต่อเนื่องในทิศทางนี้อย่างระมัดระวังเช่นกัน
ความคิดเห็น 0