ชาร์ลี ชเรม(Charlie Shrem) นักลงทุนยุคแรกของบิตคอยน์(BTC) เปิดเผยว่าการคาดการณ์ราคาบิตคอยน์ของเขาซึ่งเคยกล่าวไว้เมื่อ 6 ปีก่อน กำลังกลายเป็นความจริงเร็วกว่าที่คาดไว้มาก โดยในช่วงปี 2019 เขาเคยแนะนำผ่านทวิตเตอร์ว่า “วิธีที่ดีที่สุดในการถือครองบิตคอยน์อย่างยั่งยืน คือการซื้อไว้ 5 ถึง 10 เหรียญ แล้วเก็บไว้ในกระเป๋าเงินเย็นที่ไม่มีใคร—including ตัวเอง—เข้าถึงได้ง่าย” พร้อมระบุว่าการลงทุนดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ภายใน 20 ปี ล่าสุดเขาออกมาเผยว่า “ช่วงเวลานั้นมาถึงเร็วกว่าที่คิด” สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดคริปโตที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความคิดเห็นของชเรมได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงนี้ สืบเนื่องจากการยอมรับบิตคอยน์ในระดับสถาบันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งจากภาคการเงินที่ทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์การลงทุนบนพื้นฐานของ BTC และจากภาครัฐ โดยเฉพาะประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งเคยแสดงจุดยืนว่าบิตคอยน์ควรถูกจัดเก็บในฐานะ ‘สินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์’ ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการรองรับเชิงนโยบายและการยอมรับแนวคิดจากภาคอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน ซึ่งมีผลทำให้บิตคอยน์ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีสถานะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครสแตรทิจี(MicroStrategy) ก็ได้สนับสนุนทิศทางในลักษณะเดียวกัน โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้เขาได้เผยแพร่ภาพของตัวเองที่สร้างขึ้นด้วย AI บนฉากหลังทะเลทรายสีแดง พร้อมข้อความว่า “The Future is Orange” ซึ่งเป็นการสื่อถึงสีส้มที่เป็นสัญลักษณ์ของบิตคอยน์ ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นที่พูดถึงในชุมชนออนไลน์ โดยเฉพาะหลังเจ้าตัวมีการเอ่ยถึงอีลอน มัสก์(Elon Musk) ในทวีตก่อนหน้า
ภายใต้ราคาบิตคอยน์ที่ทะลุระดับ 90,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.25 ล้านบาท) วิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าทิศทางการถือครองระยะยาวจากนักลงทุนยุคแรกเริ่มกำลังเดินหน้าไปสู่ความเป็นจริงอย่างต่อเนื่อง ทั้งชเรมและเซย์เลอร์ต่างย้ำว่าคุณค่าของการถือครอง BTC ยังเป็นแนวทางที่น่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน บทบาทของบิตคอยน์ในมุมมองของภาคธุรกิจและรัฐบาลทั่วโลกก็มีแนวโน้มชัดเจนขึ้น ทำให้สถานะของ BTC มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในอนาคต
ความคิดเห็น 0