บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง กูมิ (Gumi) ประกาศเดินหน้าใช้งานบล็อกเชนอย่างจริงจังด้วยการเพิ่ม โทเคนริปเปิล(XRP) เข้าในพอร์ตลงทุน โดยล่าสุดทางบริษัทได้เข้าซื้อ XRP เป็นมูลค่าถึง 2.5 พันล้านเยน หรือประมาณ 236.5 ล้านบาท เพื่อแสดงจุดยืนในการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี กูมิได้เข้าซื้อ บิตคอยน์(BTC) จำนวน 1 พันล้านเยน หรือราว 94.6 ล้านบาท และได้นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์การสเตกแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง การเข้าซื้อ XRP ครั้งนี้จึงถือเป็นการขยับเข้าสู่กลยุทธ์ ‘สองสินทรัพย์ดิจิทัล’ อย่างเต็มตัว
รายงานระบุว่า ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจครั้งนี้คือความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเอสบีไอ โฮลดิงส์(SBI Holdings) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของกูมิ และยังเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับโครงการริปเปิลอย่างยาวนาน โดยกูมิได้ออกมายืนยันว่า การลงทุนใน XRP ครั้งนี้เป็น “การตัดสินใจที่สอดคล้องกับทิศทางทางธุรกิจของ SBI” *คำ* ความเห็น: การนำ XRP มาใช้งานของกูมิ ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนทั่วไป แต่สะท้อนถึงการเชื่อมโยงระบบของ SBI และริปเปิลในเครือข่ายธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ
เทรนด์การนำ XRP มาใช้ในภาคธุรกิจดูจะเร่งตัวขึ้นในปี 2025 โดยเฉพาะเมื่อบริษัทจดทะเบียนอย่าง VivoPower International, Webus International และ Wellgistics Health ต่างออกมาประกาศว่าจะนำ XRP มาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารสินทรัพย์ การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนทิศทางการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเฉพาะสเตเบิลคอยน์ ไปสู่การใช้โซลูชันชำระเงินข้ามพรมแดนและเครือข่ายผู้ใช้งานที่ริปเปิลนำเสนอ
อย่างไรก็ดี การขยายตัวของการใช้งาน XRP แบบองค์กรก็ยังมีเสียงวิจารณ์ โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสของการประกาศข้อมูลทางการเงินและการใช้งานจริงของ XRP ในแต่ละบริษัท ซึ่งบางกรณีพบว่าเป็นเพียงการถือครองระยะสั้น หรือถือครองโดยไม่มีการใช้งานในระบบนิเวศของ XRP ชัดเจน จึงอาจสร้างความไม่มั่นใจต่อความน่าเชื่อถือของทิศทางนี้ได้ในระยะยาว
แม้ว่า XRP ยังคงได้รับมุมมองที่หลากหลายจากหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก แต่ในฝั่งเอเชียดูเหมือนสินทรัพย์นี้ยังคงสามารถสร้าง *ตำแหน่ง* ในฐานะสินทรัพย์ทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง การเข้าซื้อของกูมิในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงกรณีศึกษาเรื่องการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานเชิงกลยุทธ์ของการเติบโตในแนวทาง ‘องค์กรนำการขยายตัวของ XRP’ อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0