ศาลสหรัฐตัดสินว่ามาตรการ ‘ภาษีตอบโต้’ ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ผลักดันขัดต่อกฎหมาย ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไม่เพียงแต่ในระเบียบการค้าระดับโลก แต่ยังรวมถึงตลาดคริปโตอย่าง ‘บิตคอยน์(BTC)’ ที่อาจได้รับผลกระทบทั้งด้านบวกและลบในระยะกลางถึงยาวอีกด้วย
นโยบายภาษีที่เป็นประเด็น คือเครื่องมือสำคัญในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ ซึ่งถูกใช้ต่อประเทศคู่ค้าหลักอย่างจีน, เม็กซิโก และแคนาดา อย่างไรก็ตาม คำตัดสินของศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งมีมติ 7 ต่อ 4 เห็นว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้อิงอยู่บน ‘กฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ’ หรือ IEEPA โดยชัดเจน ทางคณะผู้พิพากษาใช้ถ้อยคำว่า “ขัดต่อกฎหมายปัจจุบันและถือเป็นโมฆะ” ซึ่งสะท้อนท่าทีที่แข็งกร้าว ทางฝั่งทรัมป์ไม่อยู่เฉย โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า มาตรการภาษียังคงมีผลและว่า “การตัดสินของศาลผิดพลาด”
ที่น่าสนใจคือช่วงเวลาที่มีการประกาศคำตัดสินดังกล่าว ซึ่งออกมาในวันศุกร์หลังตลาดหุ้นปิดเพียง 30 นาที และก่อนวันหยุดแรงงานสหรัฐ ถือเป็นจังหวะที่หลายฝ่ายมองว่ามีการ ‘เลือกเวลาอย่างเจาะจง’ เพื่อลดผลกระทบในตลาดวอลล์สตรีท แม้จะสามารถหลีกเลี่ยงแรงสั่นสะเทือนในตลาดทั่วไปได้ระดับหนึ่ง แต่ตลาดคริปโต เช่น *บิตคอยน์(BTC)* เปิดตลอด 24 ชั่วโมงตลอดทั้งสัปดาห์ ทำให้ยังคงมีความเสี่ยงด้านความผันผวนสูง
แม้ว่าในตอนนี้ *บิตคอยน์* จะยังไม่ตอบสนองต่อข่าวในเชิงรุนแรง โดยราคายังคงเคลื่อนไหวในทิศทางขาลงตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่ในระยะกลางถึงยาวท่าทีอาจเปลี่ยนไป นักวิเคราะห์ตลาดเชื่อว่า หากมีการลดภาษีจริง จะช่วยเพิ่ม ‘สภาพคล่องทั่วโลก’ และนั่นอาจทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง *คริปโตเคอร์เรนซี* โดยเฉพาะ *บิตคอยน์* ได้รับอานิสงส์ในแง่บวก ยิ่งถ้าสหรัฐเริ่มลดท่าทีในแนวทางปกป้องการค้า ก็สามารถเร่งการฟื้นตัวของการค้าโลก ซึ่งจะส่งผลทางบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนคริปโตด้วยเช่นกัน
ในเชิงโครงสร้างแล้ว *บิตคอยน์* ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาระภาษี เช่นเดียวกับบริษัทเอกชนทั่วไป ดังนั้นคำตัดสินนี้อาจไม่เปลี่ยนพื้นฐานของบิตคอยน์โดยตรง แต่ก็นับเป็น ‘เหตุการณ์มหภาค’ ที่สามารถกระตุ้นเปลี่ยนแปลงบรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมได้
สรุปแล้ว คำตัดสินที่มองว่านโยบายการค้าของทรัมป์ขัดต่อกฎหมาย อาจไม่ส่งแรงกระแทกเต็มรูปแบบในระยะสั้น แต่สามารถจุดประกายความหวังต่อ ‘ภาวะผ่อนคลายทางการเงิน’ ในระยะยาว ซึ่งถือเป็นสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับ *สินทรัพย์คริปโต* อย่าง *บิตคอยน์* ทั้งนี้ ท่าทีในอนาคตของประธานาธิบดีทรัมป์, การยกเลิกภาษีจริงหรือไม่ และปฏิกิริยาจากตลาดโลก จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตามองต่อไป
ความคิดเห็น 0