บิตคอยน์(BTC) ร่วงลงแตะระดับ 108,100 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.5 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 12 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสการอ่อนตัวลงอย่างรุนแรงในระยะสั้น ความวิตกของนักลงทุนเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยนักวิเคราะห์ในตลาดเตือนว่าราคาบิตคอยน์อาจปรับลดต่อเนื่องไปแตะช่วง 105,000 ถึง 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.4 ล้านถึง 1.39 ล้านบาท) ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ปีเตอร์ แบรนต์(Peter Brandt) เทรดเดอร์ผู้คร่ำหวอดในตลาด ได้โพสต์ในแพลตฟอร์ม X ว่าหากบิตคอยน์ต้องการลบความเสี่ยงของรูปแบบ ‘ยอดสองชั้น’ หรือ Double Top ซึ่งก่อตัวในช่วง 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาจะต้องดีดกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 117,570 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.63 ล้านบาท) เขายังระบุว่าปัจจุบันระดับราคาดังกล่าวกำลังสูญเสียแนวรับสำคัญ ทำให้ความเป็นไปได้ที่ราคาจะลดลงต่อมีน้ำหนักมากขึ้น
ในฝั่งของอีเธอเรียม(ETH) ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงของการพักฐานระยะสั้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ราคายังซื้อขายอยู่เหนือแนวรับสำคัญระยะกลาง–ยาวที่ระดับ 4,094 ดอลลาร์ (ประมาณ 569,000 บาท) ส่งผลให้ความเสี่ยงจากการร่วงลึกยังถือว่าจำกัด
แม้ตลาดจะเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น แต่ยังมีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับราคาบิตคอยน์ช่วงปลายปี ทิโมธี ปีเตอร์สัน(Timothy Peterson) นักเศรษฐศาสตร์ด้านเครือข่าย โพสต์ใน X ว่า บิตคอยน์มีโอกาสเพิ่มขึ้นถึง *70%* ในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคมตามประวัติศาสตร์ และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง *44%* ทั้งนี้ หากแนวโน้มเดิมยังคงเกิดซ้ำ ราคาบิตคอยน์อาจแตะระดับ 160,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.2 ล้านบาท) ภายในสิ้นปีนี้
*ความเห็น*: สำหรับนักลงทุน การเคลื่อนไหวที่ผันผวนในระยะสั้นอาจเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง จึงควรพิจารณาทั้งแนวรับทางเทคนิคและข้อมูลย้อนหลังในการวางแผนการลงทุนต่อไป
ความคิดเห็น 0