ราคาของบิตคอยน์(BTC) ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงต่อเนื่องเกือบสองเดือน ส่งผลให้ตลาดเข้าสู่ภาวะตึงเครียดใกล้กับระดับแนวรับสำคัญ หลังแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ *124,000 ดอลลาร์* (ประมาณ 1.72 ล้านบาท) โมเมนตัมการปรับขึ้นได้เริ่มอ่อนแรงลง และตลาดกำลังเผชิญกับช่วงปรับฐานรอบใหม่ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากระดับ *110,000 ดอลลาร์* (ประมาณ 1.53 ล้านบาท) พังลง อาจเกิดแรงขายต่อเนื่องจนราคาหลุดต่ำกว่าแนว ‘10,0000 ดอลลาร์’ (ประมาณ 1.39 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นจุดต้านทางจิตวิทยาที่สำคัญ
เมื่อดูจากกราฟรายวัน ราคาบิตคอยน์แม้จะยังไม่เคลื่อนไหวแบบปรับฐานรุนแรง แต่ก็แสดงแนวโน้มลดลงแบบช้า ๆ หากราคาปิดเดือนสิงหาคมด้วยสัญญาณลบ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอาจได้รับแรงกดดันเพิ่มขึ้น เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอย่าง RSI ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาวะ ‘ผู้ขายครองตลาด’ ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้อาจทำให้การพังทะลุระดับ *104,000 ดอลลาร์* (ประมาณ 1.45 ล้านบาท) ส่งผลต่อแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่กราฟในช่วงเวลา 4 ชั่วโมงยิ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของตลาด ที่ผ่านมาราคาบิตคอยน์ได้เคลื่อนไหวในกรอบขาลงต่อเนื่อง พร้อมกับทะลุแนวรับหลายจุดอย่างต่อเนื่อง จุดสนใจล่าสุดอยู่ที่บริเวณแนว *104,000 ดอลลาร์* ซึ่งตรงกับโซน FVG (Fair Value Gap) และเป็นระดับสำคัญของการย้อนกลับด้วยฟีโบนักชี ถือเป็นแนวรับหลักทางเทคนิค อย่างไรก็ตาม RSSI ที่ยังแสดงสัญญาณตลาดอ่อนแรงทำให้โอกาสการทะลุ ‘10,0000 ดอลลาร์’ ยังมีอยู่สูง
ข้อมูลออนเชนล่าสุดก็ไม่สนับสนุนภาพการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะปริมาณเข้าสุทธิสู่กระดานซื้อขายตามค่าเฉลี่ย 30 วันยังคงติดลบมาตั้งแต่เดือนเมษายน สะท้อนถึงการ ‘นำเหรียญออกจากตลาด’ มากกว่าการนำเข้า ซึ่งในมุมมองทั่วไปแสดงถึงเทรนด์การสะสมระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากกระแสการถือครองนี้ยังไม่สามารถต้านทานแรงขายจากตลาดอนุพันธ์ได้ ก็อาจไม่สามารถช่วยพยุงราคาบิตคอยน์ไว้ได้มากนัก
เวลานี้ตลาดบิตคอยน์กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างปัจจัยเทคนิค, ข้อมูลออนเชน และความรู้สึกของนักลงทุน เพื่อรักษาทิศทางขาขึ้นในระยะยาว การ ‘ปกป้องแนว 100,000 ดอลลาร์’ จึงถือเป็นเงื่อนไขสำคัญ โดยทิศทางราคาภายในสัปดาห์นี้อาจเป็นตัววัดสำคัญว่าตลาดจะเปลี่ยนเข้าสู่เฟสใหม่หรือไม่ นักลงทุนควรระวังความเสี่ยงในระยะสั้นควบคู่กับการติดตามแนวโน้มการสะสมเหรียญอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0