แม้จะผ่านมาเกือบ 3 ปีนับตั้งแต่การล่มสลายของบริษัทซื้อขายคริปโตชื่อดังอย่างเอฟทีเอ็กซ์(FTX) แต่การดำเนินคดีทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารของบริษัทก็ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์นี้ ‘มิเชล บอนด์’(Michelle Bond) ซึ่งเป็นภรรยาของ ‘ไรอัน ซาลาเม’(Ryan Salame) อดีตซีอีโอร่วมของ FTX Digital Markets เตรียมกลับขึ้นศาลอีกครั้ง เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาหลักฐานในคดีอาญาของเธอเอง
ตามรายงานจากศาลแขวงทางใต้แห่งนิวยอร์ก ทีมทนายของบอนด์ได้ยื่นคำร้องต่อผู้พิพากษาของรัฐบาลกลาง ขอให้อนุญาตให้มีการเบิกความของเธอในศาล แม้จะเผชิญกับ ‘การคัดค้านจากอัยการ’ โดยฝ่ายอัยการระบุเมื่อวันศุกร์ว่า คำให้การของบอนด์จะไม่ช่วยให้เกิด ‘ข้อมูลที่มีนัยสำคัญ’ ต่อคดีของซาลาเม ซึ่งปัจจุบันกำลังรับโทษจำคุกในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่มสลายของ FTX
**ประเด็นสำคัญของคดีนี้อยู่ที่ข้อตกลงรับสารภาพของซาลาเม** โดยมิเชล บอนด์ถูกร้องเรียนว่าเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริจาคเงินค่ารวมกว่า 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ถูกกล่าวหาว่ามาจาก FTX เพื่อใช้ในการสนับสนุนแคมเปญหาเสียงทางการเมืองของเธอ อัยการอ้างว่า แหล่งเงินที่ใช้ในการหาเสียงของบอนด์มีการ ‘โอนจาก FTX โดยผิดกฎหมาย’
ในเดือนสิงหาคม 2024 มิเชล บอนด์ ถูกตั้งข้อหาในความผิด 4 กระทงที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนทางการเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้แก่ **สมคบกันระดมทุนหาเสียงโดยมิชอบ, รับเงินบริจาคเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด, รับเงินจากนิติบุคคล และรับเงินผ่านผู้อื่นในนามตัวแทน** อย่างไรก็ตาม เธอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและยืนยันว่าตน ‘บริสุทธิ์’
ทีมกฎหมายของบอนด์ระบุว่า “รัฐบาลไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะปฏิเสธการเข้าร่วมเบิกความของบอนด์เพียงเพราะเห็นว่าอาจเป็นคำให้การที่ซ้ำซ้อนหรือไม่ข้องเกี่ยวกับคดี” พร้อมย้ำว่า “สภาพจิตใจของบอนด์และสามีในช่วงเวลาที่ตกลงยอมรับผิด มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ *เนื้อหาสาระของคดีนี้*”
คดีความครั้งนี้ถูกจับตามองว่าเป็นอีกหนึ่งบทสำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างโลกการเมืองและวงการคริปโต พร้อมขยายภาพให้เห็นถึงความอ่อนไหวในประเด็น *ความรับผิดชอบทางกฎหมาย* ต่อบุคคลในเครือข่ายของ FTX ว่าจะได้รับการพิจารณาอย่างโปร่งใสและรอบด้านเพียงใด ความเชื่อมโยงระหว่างเงินคริปโตและการบริจาคทางการเมืองจึงยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองต่อไป
ความคิดเห็น 0