‘ไบแนนซ์ดอลลาร์’ หรือราคาสินค้าที่แสดงในรูปของ **เทเธอร์(USDT)** กลายเป็นเรื่องปกติในร้านค้าทั่วประเทศเวเนซุเอลา แทนที่ราคาในสกุลเงินท้องถิ่นอย่างโบลิวาร์ โดยสาเหตุหลักมาจาก **อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงถึง 229% ต่อปี** ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจหันมายึดอัตราแลกเปลี่ยนของ USDT จากตลาด P2P ที่สามารถสะท้อนราคาจริงแบบเรียลไทม์เป็นหลัก
ปัจจุบันเวเนซุเอลามีอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์อยู่ถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ อัตราทางการที่กำหนดโดยรัฐบาล, ค่าเงินจากตลาดมืดที่ซื้อขายเงินจริงอย่างยากลำบาก และอัตราแลกเปลี่ยนจากตลาด USDT บน P2P เช่น ตลาดของไบแนนซ์ โดยอัตราหลังสุดนี้ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่พ่อค้า, เจ้าของกิจการ, ผู้ดูแลอาคาร เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้ง่ายและอัปเดตตลอดเวลา จนหลายคนต่างเรียกว่าเป็น ‘ไบแนนซ์ดอลลาร์’
การเปลี่ยนผ่านนี้ส่งสัญญาณถึง **การเปลี่ยนไปสู่การใช้สเตเบิลคอยน์แทนเงินเฟียต** อย่างไม่เป็นทางการ แม้รัฐบาลยังไม่มีนโยบายให้ใช้ดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลักอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีท่าทีสงวนท่าทีต่อการใช้สเตเบิลคอยน์ในตลาดแลกเปลี่ยนและ P2P ซึ่งภาคธุรกิจก็ตอบสนองต่อแนวโน้มนี้อย่างชัดเจน
**USDT ที่ใช้บนเครือข่าย TRC-20 ของทรอน(TRX)** เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะมีค่าธรรมเนียมต่ำ, รองรับการใช้งานผ่านกระเป๋าเงินมือถือ และมีความสะดวกรวดเร็ว เหมาะกับการจ่ายเงินเล็กๆ จำนวนบ่อยครั้ง กลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจคริปโตระดับชุมชน
ปรากฏการณ์นี้ขยายตัวรวดเร็วในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อ **อัตราเงินเฟ้อรายเดือนทะลุ 26%** ทำให้โบลิวาร์ไม่สามารถใช้อ้างอิงราคาสินค้าได้อีกต่อไป ขณะที่ USDT กลายเป็นเกณฑ์ราคาที่มั่นคงกว่าและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
ตั้งแต่ร้านค้าในท้องถิ่น, ฟรีแลนซ์, ไปจนถึงผู้ดูแลกิจการอาคารต่างระบุราคาและรับชำระเงินผ่านอัตรา USDT จากตลาด P2P ของไบแนนซ์ ส่งผลให้ *การกระจายอำนาจในการจัดการเงินเฟ้อ* กลายเป็นแนวทางที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวันของประชาชน
กรณีของเวเนซุเอลาถูกมองว่าเป็น **ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนกลายเป็นระบบเศรษฐกิจทางเลือก** ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถพึ่งพาระบบการเงินแบบดั้งเดิมได้อีกต่อไป ท่ามกลางการควบคุมเงินทุนและความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ บล็อกเชนไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรม แต่เป็น ‘เครื่องมือในการเอาชีวิตรอด’ ของผู้คนในโลกแห่งความเป็นจริง
ความคิดเห็น 0