อาเธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes) ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน(CIO) ของเมลสตรอม(Maelstrom) แสดงความกังวลว่าการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ซื้อและสะสม ‘บิตคอยน์(BTC)’ เป็นสินทรัพย์ยุทธศาสตร์ อาจสร้างผลกระทบทางลบต่ออุตสาหกรรมคริปโตมากกว่าผลบวก
เมื่อวันที่ 6 เฮย์สระบุผ่านบล็อกของเขาว่า แม้บางคนในอุตสาหกรรมคริปโตจะต้องการให้รัฐบาลใช้ดอลลาร์ซื้อบิตคอยน์ แต่แนวคิดนี้อาจนำไปสู่การใช้บิตคอยน์เป็น ‘เครื่องมือทางการเมือง’ มากกว่าการสนับสนุนเศรษฐกิจ
เฮย์สให้เหตุผลว่าหากรัฐบาลถือครองบิตคอยน์มากถึง 1 ล้าน BTC ก็อาจถูกขายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ส่งผลให้ราคาผันผวนและเกิดความเสี่ยงทางการเมือง เขายังมองว่าการสะสมบิตคอยน์ของรัฐไม่ได้เป็นไปเพื่อเศรษฐกิจ แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจทางการเมือง
นอกจากนี้ เฮย์สยังชี้ว่า หากประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถควบคุมเงินเฟ้อและแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ภายในปี 2026 พรรคเดโมแครตอาจใช้ประเด็นนี้เป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมือง ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่นักลงทุนคริปโตในสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม มีนักวิเคราะห์บางส่วนเห็นว่าการสะสมบิตคอยน์ในระดับชาติมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สถาบันการลงทุนอย่าง ‘แวนเอ็ก(VanEck)’ ประเมินว่าการถือครองบิตคอยน์สามารถช่วยลดหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ลงได้ถึง 35% ภายในปี 2049 ขณะที่ไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ประธานไมโครสตราเทจี(MSTR) เชื่อว่าการถือบิตคอยน์จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับดอลลาร์สหรัฐ และช่วยให้ประเทศเป็นผู้นำในเศรษฐกิจดิจิทัลในศตวรรษที่ 21
ประเด็นเรื่องการสะสมบิตคอยน์ในระดับประเทศถูกหยิบยกขึ้นมาหลังจากทรัมป์ประกาศแผนจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ และต่อมา ซินเทีย ลูมิส(Cynthia Lummis) วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันได้เสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับการสะสมบิตคอยน์ ซึ่งจุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวาง
ในขณะเดียวกัน ตลาดการคาดการณ์อย่าง ‘โพลีมาร์เก็ต(Polymarket)’ และ ‘คัลชี(Kalshi)’ ชี้ว่าโอกาสที่สหรัฐฯ จะเริ่มถือครองบิตคอยน์ในระดับชาติก่อนปี 2025 อยู่ที่ 46% และ 58% ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคาดหวังของตลาดที่มีต่อทิศทางนโยบายของรัฐบาล
เฮย์สเคยแสดงจุดยืนคัดค้านการแทรกแซงของรัฐบาลมาก่อน เขาเคยเตือนว่าการอนุมัติ ‘บิตคอยน์ ETF’ อาจเป็นภัยต่อระบบนิเวศของบิตคอยน์ในระยะยาว โดยให้เหตุผลว่าหากบิตคอยน์ถูกกักเก็บโดยสถาบันการเงิน จะส่งผลให้ปริมาณที่หมุนเวียนลดลง กระทบต่ออุตสาหกรรมเหมืองขุด และอาจเป็นอันตรายต่อเครือข่ายโดยรวม
ความคิดเห็น 0