รัฐบาลญี่ปุ่นเดินหน้าผลักดันการผสานโลกคริปโตเข้าสู่ระบบการเงินอย่างเป็นรูปธรรม หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศชัดเจนว่าจะบูรณาการเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับตลาดการเงินดั้งเดิม เช่น ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว(TSE) เพื่อสร้างเส้นทางใหม่ให้กับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ
เมื่อวันที่ 5 รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ซัตสึกิ คาตายามะ ได้กล่าวในพิธีเปิดปีใหม่ของตลาดหลักทรัพย์โตเกียวว่า ปี 2026 จะเป็น ‘ปีแห่งดิจิทัล’ พร้อมเน้นย้ำว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลจะถูกนำมาใช้ในระบบการเงินของประเทศอย่างจริงจัง เขาอธิบายว่า ปีดังกล่าวจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังผ่านยุคเงินฝืด พร้อมสนับสนุนนโยบายการคลังเชิงรุกเพื่อเสริมสร้างอุตสาหกรรมเติบโตใหม่
‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ และบทบาทของตลาดหลักทรัพย์ถูกกล่าวถึงอย่างชัดเจน คาตายามะระบุว่าประชาชนควรได้รับประโยชน์จากคริปโต และเพื่อให้สิ่งนี้เป็นจริง ตลาดซื้อขายสินค้าทางการเงินต้องมีบทบาทสำคัญ เขาให้ตัวอย่างจากสหรัฐฯ ที่ผลิตภัณฑ์การลงทุน เช่น บิตคอยน์(BTC) แบบ ETF สามารถเทรดผ่านบัญชีหลักทรัพย์ทั่วไปได้ และญี่ปุ่นก็ควรเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน
พร้อมกันนี้ ญี่ปุ่นยังประกาศนโยบายเปลี่ยนผ่านจาก ‘เศรษฐกิจฐานการออม’ ไปสู่ ‘เศรษฐกิจการลงทุน’ คาตายามะชี้ว่าประเทศยังผูกติดกับแนวโน้มการออมมากเกินไป และการเปลี่ยนผ่านไปสู่การลงทุนคือหัวใจของการเป็นชาติที่บริหารสินทรัพย์อย่างแท้จริง เขาย้ำว่ารัฐบาลมองเห็นศักยภาพของอุตสาหกรรมเว็บ3.0 และบล็อกเชน และพร้อมสนับสนุนภาคคริปโตภายใต้กรอบกฎหมายที่เหมาะสม
แม้ที่ผ่านมา สำนักงานบริการการเงินญี่ปุ่น(FSA) มักมีท่าทีระมัดระวังต่อกองทุนที่ใช้คริปโตเป็นหลัก เช่น ETFs แต่การประกาศของคาตายามะอาจสื่อถึงความเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายในอนาคตอันใกล้นี้
อีกด้านหนึ่ง ความพยายามเปลี่ยนแปลงไม่จำกัดเพียงภาคการเงิน แต่ยังลุกลามมายังระบบภาษีด้วย โดยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา พรรคเสรีประชาธิปไตยและพรรคฟื้นฟูญี่ปุ่นได้ร่วมกันเสนอ *แผนการปฏิรูปภาษีปี 2026* ซึ่งระบุจะรื้อโครงสร้างภาษีคริปโตใหม่ทั้งหมด
ปัจจุบัน รายได้จากการลงทุนในคริปโตของนักลงทุนญี่ปุ่นต้องเสียภาษีแบบขั้นบันไดสูงสุดถึง 55% แต่แผนฉบับใหม่นำเสนอแนวทางการจัดเก็บแบบ ‘ภาษีอัตราเดียว’ 20% เช่นเดียวกับหุ้น หากถูกบังคับใช้อย่างเป็นทางการ จะช่วยยกระดับสถานะคริปโตจากสินทรัพย์เก็งกำไร สู่การเป็น ‘สินทรัพย์การเงิน’ ที่มีโครงสร้างรัฐรองรับ
การเคลื่อนไหวนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนภายในประเทศอย่างมาก เพราะเป็นข้อเรียกร้องที่มีมายาวนาน และเชื่อว่าจะดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติได้มากขึ้น
นอกจากนี้ คาตายามะยังกล่าวถึงความร่วมมือของตลาดหลักทรัพย์และเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) ว่ากำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ที่ตอบรับกับยุคดิจิทัล เขาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าสนับสนุนการรวม "ตลาดการเงินแบบดั้งเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัล" เพื่อต่อยอดการแข่งขันทางเศรษฐกิจระดับโลก
‘ญี่ปุ่นกำลังจะเปลี่ยนทิศทาง’ ความเห็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการทบทวนแนวนโยบายให้สอดคล้องกับกระแส *การปฏิวัติด้านการเงินทั่วโลก* เพราะหากไม่ปรับตัว ประเทศอาจพลาดโอกาสสำคัญในอนาคต
ในปีนี้ คาดการณ์กันว่าญี่ปุ่นอาจได้เห็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ลงทุนที่ใช้บิตคอยน์เป็นฐานอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง ก็จะถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการยอมรับ ‘คริปโต’ ในภาคการเงินระดับประเทศอย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0