บิตคอยน์(BTC) ปรับตัวขึ้นมากกว่า 7% ภายในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และสามารถกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 93,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.34 ล้านบาท) ได้สำเร็จ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน การฟื้นตัวในครั้งนี้ทำให้บิตคอยน์กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในฐานะ ‘สินทรัพย์หลีกเลี่ยงความเสี่ยง’ หรือ ‘ทางเลือกการลงทุน’ ที่น่าจับตามอง ทั้งนี้ ความกดดันจากการถูกบังคับขายในตลาดก็ดูเหมือนจะลดลง เปิดโอกาสให้เกิดแรงฟื้นเชิงเทคนิค
ในเชิงกราฟรายวัน บิตคอยน์สามารถเบรกกรอบขาลงที่เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนตุลาคม และเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ โดยเริ่มรีบาวด์แรงจากโซนแนวรับบริเวณ 80,000 ดอลลาร์ (ราว 1.15 ล้านบาท) และขณะนี้กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญใกล้ 95,000 ดอลลาร์ (ราว 1.37 ล้านบาท) ซึ่งเคยเป็นระดับแนวรับสำคัญในอดีต ปัจจุบันกลายเป็น ‘แดนขาย’ ที่นักลงทุนจับตาว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนเทรนด์หรือไม่
แม้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ราย 100 และ 200 วันยังอยู่เหนือระดับราคาปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่ายังมีแรงขายในระยะยาวบางส่วนหลงเหลืออยู่ แต่ในระยะสั้น ‘แนวโน้มแรงซื้อ’ ได้เปลี่ยนเป็นเชิงบวก โดย ‘ดัชนี RSI’ ล่าสุดอยู่เหนือระดับ 60 บ่งชี้ถึงแรงซื้อที่เริ่มกลับมา อย่างไรก็ตาม การเข้าใกล้เขต ‘ซื้อมากเกิน’ ก็อาจทำให้เกิดสภาวะอ่อนแรงชั่วคราวได้ หากบิตคอยน์สามารถปิดราคารายวันเหนือ 95,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ก็อาจมีความพยายามทดสอบแนวต้านถัดไปที่ระดับ 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.44 ล้านบาท) หรือแม้แต่ 105,000 ดอลลาร์ (ราว 1.52 ล้านบาท) ได้ในลำดับถัดไป
ในภาพกราฟช่วง 4 ชั่วโมง พบว่าบิตคอยน์ยังคงเคลื่อนไหวตามโครงสร้าง ‘ขาขึ้นระยะสั้น’ ที่เริ่มต้นตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม โดยสร้างจุดต่ำใหม่ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับแนวต้านช่วง 93,000 – 95,000 ดอลลาร์ในกราฟรายวัน ซึ่งอาจกลายเป็นแนวต้านสองชั้น และนำไปสู่การขายทำกำไรระยะสั้นหรือพักฐานในกรอบจำกัดได้
ในด้านแนวรับระยะสั้น ระดับ 87,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.26 ล้านบาท) ยังคงเป็นจุดชมรมของจุดต่ำหลายระลอกที่ผ่านมา หากระดับนี้ได้รับการปกป้องไว้ได้ แนวโน้มก็ยังคงให้น้ำหนักฝั่ง ‘ซื้อ’ และหากแรงซื้อนำกลับเข้ามาอีกครั้ง ก็มีโอกาสที่บิตคอยน์จะเขยิบไปชนแนวต้านจิตวิทยาที่ 100,000 ดอลลาร์
ท่ามกลางการร่วงลงของตลาดในช่วงเดือนธันวาคมซึ่งนำไปสู่การ ‘ล้างสถานะ Long จำนวนมาก’ ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก็เริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัว โดย ‘สัญญาค้างคา(Open Interest)’ กลับมาเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนฟิวเจอร์ส(Funding Rate) อยู่ในระดับสมดุล บ่งชี้ถึงบรรยากาศที่เอื้อต่อการเกิดรอบขาขึ้นใหม่ โดยรวมแล้วความเสี่ยงจากแรงขายเร่งตัวแบบฉับพลันเริ่มคลี่คลาย
อย่างไรก็ดี ‘ความคิดเห็น’: นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจาก ‘ปัจจัยมหภาคทั่วโลก’ ยังคงเปราะบาง ทั้งจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนในตลาดการเงินแบบดั้งเดิม เหตุการณ์เหล่านี้ยังคงสามารถจุดชนวนแรงขายใหม่ได้ในระยะสั้น
บิตคอยน์ได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนทางเทคนิคที่สำคัญ กับแนวต้าน 95,000 ดอลลาร์ซึ่งอาจเป็นด่านชี้ชะตาในรอบนี้ หากทะลุผ่านไปได้ ย่อมเปิดเส้นทางสู่เป้าหมายใหม่ แต่หากล้มเหลว แนวรับ 87,000 ดอลลาร์ก็อาจต้องกลับมารับภาระอีกครั้ง ความสมดุลระหว่างกระแสความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและแรงกดดันจากความไม่แน่นอนภายนอก จะเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดจังหวะต่อไปของราคาบิตคอยน์(BTC)
ความคิดเห็น 0