ปี 2025 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของเครือข่ายโซลานา(SOL) เมื่อทุกตัวชี้วัดของระบบนิเวศเติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากแอปพลิเคชัน การใช้เครือข่าย หรือการมีส่วนร่วมของนักลงทุนสถาบัน โดยสิ่งเหล่านี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของโซลานาจากการเป็น ‘เชนที่เร็วและค่าธรรมเนียมต่ำ’ ไปสู่ ‘ระบบเศรษฐกิจการเงินที่เป็นรูปธรรม’
รายได้รวมของแอปพลิเคชันที่พัฒนาบนโซลานาในปี 2025 มีมูลค่าสูงถึง 2.39 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 3.4 ล้านล้านวอน เติบโตขึ้นกว่า 46% จากปีก่อนหน้า และนับเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล ตัวอย่างแอปที่ทำรายได้เกิน 1 ร้อยล้านดอลลาร์ ได้แก่ Pumpfun, Axiom Exchange, Meteora, Raydium, Jupiter, Photon และ BullX ขณะเดียวกัน แม้แต่โครงการขนาดกลางและขนาดเล็กก็สามารถสร้างรายได้รวมกันทะลุ 5 ร้อยล้านดอลลาร์ ยืนยันถึง ‘ความหลากหลายและความยั่งยืน’ ของระบบนิเวศ
กิจกรรมบนเครือข่ายก็คึกคักไม่แพ้กัน รายได้จากค่าธรรมเนียมของเครือข่ายพุ่งขึ้นถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 48 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยโซลานาประมวลผลธุรกรรมแบบไม่ใช้สิทธิลงคะแนน (Non-vote) ไปกว่า 33 พันล้านรายการ และรวมการลงคะแนนด้วยแล้ว ตัวเลขจะเพิ่มเป็น 116 พันล้านรายการ ทั้งนี้ ความเร็วเฉลี่ยในการประมวลผลอยู่ที่ 1,050 รายการต่อวินาที ผู้ใช้งานใช้งานรายวันเพิ่มขึ้น โดยมีกระเป๋าเงินที่ใช้งานประจำวันเฉลี่ย 3.2 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน ขณะที่กระเป๋าเงินใหม่ที่มีธุรกรรมอย่างน้อยหนึ่งครั้งในปีเดียวกัน มีมากกว่า 725 ล้านรายการ โดยค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่อธุรกรรมยังรักษาอยู่ที่ประมาณ 0.017 ดอลลาร์ หรือเพียง 25 วอนเท่านั้น
ด้านสินทรัพย์ดิจิทัล โซลานาเห็นการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยสเตเบิลคอยน์มีปริมาณการออกเพิ่มขึ้นเป็น 14.8 พันล้านดอลลาร์ และมูลค่ารวมของการโอนบนเครือข่ายสูงถึง 11.7 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นโทเคนไลซ์เริ่มต้นแล้ว ด้วยการเสนอขายมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ และมูลค่าการซื้อขายรวม 651 ล้านดอลลาร์
ธุรกรรมเกี่ยวกับบิตคอยน์(BTC) ในเครือข่ายโซลานาเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยปริมาณการซื้อขายแตะ 33 พันล้านดอลลาร์ และโฮลดิ้งแบบออนเชนมากกว่า 770 ล้านดอลลาร์ โซลานายังทำสถิติใหม่ในการนำเหรียญ SOL ไปสเตค ด้วยจำนวนรวม 421 ล้านเหรียญ ขณะเดียวกัน สินค้าประเภท ETF ที่อิงกับเครือข่ายโซลานาก็ดึงดูดเงินไหลเข้าสุทธิถึง 1.02 พันล้านดอลลาร์ แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน
ตลาด DEX หรือ ‘กระดานซื้อขายแบบกระจายศูนย์’ กลายเป็นอีกหนึ่งตัวชูโรง โดยมีปริมาณการซื้อขายรวมตลอดปีสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 57% จากปีก่อน คู่เทรด SOL-สเตเบิลคอยน์ เป็นจุดศูนย์กลาง สำเร็จไปถึง 782 พันล้านดอลลาร์ในปริมาณการซื้อขาย ที่น่าสนใจคือ มี DEX อย่างน้อย 12 แห่งที่ทำปริมาณซื้อขายเกิน 12 พันล้านดอลลาร์
แพลตฟอร์ม Prop-AMM หรือระบบการจัดหาสภาพคล่องโดยมืออาชีพ มีบทบาทสำคัญในตลาด DEX ขณะที่หมวดสินทรัพย์สุดฮิตอย่าง ‘เหรียญมีม’ หรือมีมคอยน์ ยังคงดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้ โดยมีปริมาณการซื้อขายรวม 482 พันล้านดอลลาร์ แพลตฟอร์มเปิดตัวเหรียญใหม่ (Launchpad) ก็ขยายตัวเช่นกัน ด้วยรายได้รวม 762 ล้านดอลลาร์ และช่วยเปิดตัวเหรียญใหม่ถึง 11.6 ล้านรายการในปี 2025
แพลตฟอร์มเทรดสำหรับมืออาชีพสร้างรายได้ถึง 940 ล้านดอลลาร์ และรองรับการซื้อขายสินทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 108 พันล้านดอลลาร์ ทำให้โซลานาขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในระบบซื้อขายคริปโตที่เติบโตเร็วและเคลื่อนไหวมากที่สุดในโลก
‘ปี 2025 คือปีที่โซลานาปลดผ้าคลุมคำสัญญา และแสดงให้เห็นถึง ‘แก่นของมูลค่า’ อย่างแท้จริง’ นี่คือข้อความที่อาจสะท้อนความเป็นจริงได้ดีที่สุดในปีนี้ โซลานาไม่ได้เป็นแค่เชนที่เร็วอีกต่อไป หากแต่ได้กลายเป็น ‘ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลครบวงจร’ ที่รองรับการใช้งานจริง การสร้างรายได้ และการไหลเวียนของทุนในระดับที่เป็นรูปธรรม ความคิดเห็น
ความคิดเห็น 0