บิตคอยน์(BTC) เริ่มต้นปี 2026 ด้วยการพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยขยับเข้าใกล้แนวต้านสำคัญที่ระดับ *93,500 ดอลลาร์* ซึ่งเป็นกรอบราคาด้านบนที่ควบคุมตลาดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การทะลุผ่านระดับนี้ได้ อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแนวโน้มในระยะกลาง
การเคลื่อนไหวรอบนี้แตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน โดยที่แรงซื้อช่วงสุดสัปดาห์ยังคงส่งผลต่อเนื่องมาถึงวันจันทร์ ข้อมูลเช้าวันอังคารเผยว่า ราคาบิตคอยน์แตะระดับสูงสุดใหม่ในรอบสองเดือนที่ 95,000 ดอลลาร์ ขณะนี้ซื้อขายอยู่แถว 93,600 ดอลลาร์ (ราว 1.35 ล้านบาท) ปรับขึ้น 1% ภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยมูลค่าการซื้อขายรายวัน 51.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 74.6 ล้านล้านวอน)
‘เร็คท์ แคปิทัล(Rekt Capital)’ นักวิเคราะห์เทคนิคชื่อดัง ระบุว่า บิตคอยน์ได้รีบาวด์จากระดับแนวรับที่ 86,200 ดอลลาร์ ขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 93,500 ดอลลาร์ หากสามารถ *ปิดแท่งเทียนสัปดาห์เหนือระดับนี้* ได้อย่างต่อเนื่อง อาจเปิดทางสู่ *ภาวะเบรกเอาต์* หรือช่วงเร่งขาขึ้นในระยะถัดไป เขาย้ำว่า “การที่ระดับ 93,500 ดอลลาร์กลับกลายเป็นแนวรับได้อย่างมั่นคง จะเป็นปัจจัยยืนยันแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง”
นอกจากนี้ ระดับราคานี้ยังตรงกับ *เส้นแนวโน้มขาลงที่ลากจากตุลาคม 2025* ซึ่งยังไม่เคยถูกทำลายมาก่อน การเคลื่อนไหวของราคาในขณะนี้จึงถือเป็นการฝ่าด่านสำคัญที่มีระยะเวลาถึงสามเดือน อย่างไรก็ดี ปัจจุบันราคายังไม่ปิดเหนือเส้นนั้นตามกราฟรายเดือนในรอบ 12 เดือน ซึ่ง *นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงระมัดระวัง* พร้อมให้ความเห็นว่าอาจเป็นเพียง ‘ดีดตัวสุดท้าย’ ก่อนเข้าสู่แนวโน้มขาลง
นักวิเคราะห์อีกคน ‘ไซโคเดลิก(Sykodelic)’ ชี้ว่าแรงซื้อจากฝั่ง *อเมริกาเหนือ* มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะปรากฏการณ์ *พรีเมียมของราคาสปอตใน Coinbase* ขณะเดียวกัน อินดิเคเตอร์ OBV (On-Balance Volume) แสดงการเร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถือเป็นสัญญาณของแรงซื้อจากนักลงทุนรายใหญ่
ไซโคเดลิกให้คำแนะนำว่า บิตคอยน์ควรจะสามารถทรงตัวเหนือ 94,500 ดอลลาร์ ได้อย่างมั่นคง หากไม่สามารถยืนระดับนั้นไว้ได้ อาจมีความเสี่ยงในการถอยลงไประดับ 89,000 ดอลลาร์
ข้อมูลออนเชนระบุว่าบิตคอยน์กำลังอยู่ในช่วง *ฟื้นตัวหลังการปรับฐาน* แต่ก็ยังเป็น *ช่วงสะสมที่ไม่แน่นอน (uncertain consolidation phase)* และบางเสียงเตือนว่า ดีดตัวนี้อาจเป็น ‘กับดักขาขึ้น’ ก่อนเข้าสู่การเทขายอย่างรุนแรง
ในภาพใหญ่ ปัจจัย ‘เศรษฐกิจมหภาค’ ก็เริ่มส่งผลชัดเจนเช่นกัน โดย ‘ลาร์ก เดวิส(Lark Davis)’ ให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มการขยายตัวของงบดุลธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ที่เพิ่งเกิด *MACD โกลเดนครอส* บนกราฟรายเดือน ซึ่งเป็นสัญญาณเทคนิคที่บ่งชี้ถึงการเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น โดยครั้งล่าสุดที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้คือช่วงต้นปี 2019 และตามมาด้วยราคาบิตคอยน์ที่ทะยานสูงหลายเดือน
เดวิสกล่าวว่า แม้จะยังไม่ถือว่าเข้าสู่ภาวะ ‘*ผ่อนคลายทางการเงิน (QE)*’ อย่างเป็นทางการ แต่ก็มีแนวโน้มว่างบดุลของ Fed อาจเริ่มกลับมาขยายอีกครั้ง ซึ่งอาจช่วยสร้าง ‘สภาพคล่อง’ ให้กับสินทรัพย์ความเสี่ยงในต้นปี 2026
ด้าน ‘มิคาเอล ฟาน เดอ โปเป(Michaël van de Poppe)’ กล่าวเพิ่มเติมว่าแนวรับระยะสั้นของบิตคอยน์อยู่ที่ช่วง *90,000~91,000 ดอลลาร์* ซึ่งตรงกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 21 วัน เขาย้ำว่าหากสามารถยืนระยะและสร้างจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Low) ได้ ก็มีโอกาสลุ้นทะลุแนวจิตวิทยาที่ *100,000 ดอลลาร์*
ในภาคข้อมูล บริษัทรวบรวมข้อมูลออนเชน ‘Glassnode’ วิเคราะห์ว่าบิตคอยน์อยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังการปรับตัวลงเมื่อเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ดี ยังมีความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่ระบุว่า การฟื้นตัวดังกล่าวอาจเป็น *จุดสูงสุดชั่วคราว* และควรให้ความระมัดระวัง ไม่เร่งปักธงขาขึ้นอย่างเต็มรูปแบบในตอนนี้
*ความคิดเห็น*: ตลาดกำลังอยู่ในจุดตัดสินใจสำคัญ การจะไว้ใจการพุ่งขึ้นในช่วงต้นปีนี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าสามารถยืนเหนือ 93,500 ดอลลาร์ และรักษาระดับอื่น ๆ อย่าง 94,500 ดอลลาร์ ได้หรือเปล่า ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจจากฝั่ง Fed ก็ดูจะส่งสัญญาณเชิงบวก ซึ่งอาจกลายเป็นเชื้อเพลิงจุดประกายระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0