Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

มอร์แกน สแตนลีย์ยื่นจดทะเบียน ETF บิตคอยน์(BTC) ครั้งแรก หนุนคริปโตเข้าสู่ระบบการเงินหลัก

มอร์แกน สแตนลีย์ยื่นขอจดทะเบียน ETF บิตคอยน์กับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า ‘มอร์แกน สแตนลีย์ บิตคอยน์ ทรัสต์’ นับเป็นครั้งแรกที่ธนาคารยักษ์ใหญ่จากวอลล์สตรีทพัฒนาผลิตภัณฑ์ ETF บิตคอยน์ที่ดำเนินการโดยตรงเอง สะท้อนถึง ‘การเปลี่ยนผ่าน’ ที่สำคัญของตลาดคริปโตเข้าสู่โครงสร้างการเงินกระแสหลัก

ผลิตภัณฑ์นี้ออกแบบมาในรูปแบบ ‘ETF รองรับแบบไม่ใช้เลเวอเรจ’ โดยจะลงทุนใน ‘บิตคอยน์(BTC)’ แบบเต็มจำนวน ไม่ใช้ตราสารอนุพันธ์หรือการกู้ยืมเพื่อเพิ่มผลตอบแทน ในเอกสาร S-1 ที่เสนอให้ SEC ระบุว่า หากได้รับอนุมัติ มอร์แกน สแตนลีย์จะสามารถให้บริการลงทุนในบิตคอยน์ผ่านผลิตภัณฑ์ภายในแก่ทั้งนักลงทุนสถาบันและรายย่อยได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์ของบริษัทภายนอก

ETF นี้จะถือครองบิตคอยน์จริง และคำนวณมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) รายวันโดยอิงจากราคาบนตลาดซื้อขายคริปโตที่ได้รับอนุญาต การออกหน่วยลงทุนและการไถ่ถอนโดยตรงจะทำได้เฉพาะนักลงทุนสถาบันผ่านระบบ ‘อิน-ไคนด์(in-kind)’ หรือเงินสด โดยกรณีแบบหลังนั้น ผู้ดูแลสินทรัพย์ภายนอกจะเป็นผู้ซื้อหรือขายบิตคอยน์แทน พร้อมค่าธรรมเนียมที่ผู้ลงทุนต้องรับภาระ

ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ ‘สัญลักษณ์ซื้อขาย’ (Ticker) อย่างเป็นทางการ แต่มีแผนจะนำ ETF นี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ ซึ่งจะเริ่มซื้อขายได้หลังจากได้รับการอนุมัติจาก SEC

ความเคลื่อนไหวนี้ของมอร์แกน สแตนลีย์เป็นส่วนหนึ่งของทิศทางลงทุนในคริปโตที่ชัดเจนและต่อเนื่อง โดยล่าสุดยังยื่นขอ ETF ที่อิงกับ ‘โซลานา(SOL)’ ซึ่งสินทรัพย์ภายใต้การบริหารทะลุ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว หรือราว 1.4 ล้านล้านวอน โดยส่วนใหญ่มีการไหลเข้าตั้งแต่ต้นปี การเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์เองจึงสะท้อนความต้องการลดพึ่งพานักลงทุนภายนอก และเน้นย้ำความพร้อมในการใช้ทรัพยากรด้านการบริหารสินทรัพย์ภายในบริษัท

มอร์แกน สแตนลีย์ในปัจจุบันบริหารสินทรัพย์ของลูกค้ารวมกว่า 8.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ(ราว 1,189 ล้านล้านบาท) หากผลิตภัณฑ์ ETF บิตคอยน์ได้รับการรับรอง ก็มีความเป็นไปได้ที่จะขยายโอกาสเข้าถึงบิตคอยน์ไปยังฐานลูกค้าจำนวนมากได้อย่างเป็นระบบ และเพิ่มความน่าเชื่อถือแก่ตลาด

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มูลค่ารวมของ ETF บิตคอยน์ทั้งหมดในสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 1.23 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.6% ของมูลค่าตลาดทั้งหมดของบิตคอยน์ ขณะที่เงินทุนไหลเข้าตั้งแต่ต้นปียังสูงถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งใน ETF ที่โดดเด่นคือของแบล็คร็อก ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเกือบ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของบริษัท

มอร์แกน สแตนลีย์ยังวางแผนเพิ่มฟีเจอร์สำหรับเทรดคริปโตอย่าง *บิตคอยน์, อีเธอเรียม(ETH), และโซลานา* ผ่านบริษัทลูกในตลาดหลักทรัพย์อย่าง E-Trade โดยฟีเจอร์นี้จะสามารถใช้ได้หลังได้รับอนุมัติจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในแนวนโยบายของหน่วยงานกำกับดูแลกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจครั้งนี้

สิ่งที่ทำให้ ETF นี้มีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์คริปโตก่อนหน้า คือการใช้กลไกการออก-ไถ่ถอนตามราคาตลาดแบบรายวัน ซึ่งช่วยลดส่วนต่างระหว่างมูลค่าทางบัญชีกับราคาตลาดจริง นักลงทุนสามารถซื้อขายผ่านบัญชีโบรกเกอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องถือครองกระเป๋าคริปโตหรือเปิดบัญชีบนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน ทำให้มี ‘ความมั่นคง, เข้าถึงง่าย และลดความซับซ้อนด้านเทคนิค’ สำหรับนักลงทุนทั่วไป

*ความคิดเห็น*: การที่มอร์แกน สแตนลีย์ ผู้เล่นระดับโลกในวงการวาณิชธนกิจ เข้าร่วมพัฒนา ETF บิตคอยน์ของตนเอง อาจกลายเป็น ‘จุดเปลี่ยน’ ที่ยกระดับสถานะของคริปโตให้เป็นสินทรัพย์ที่ฝังแน่นอยู่ในโครงสร้างการเงินกระแสหลัก ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเก็งกำไรอีกต่อไป แต่จะถูกนำมาใช้เพื่อจัดการทรัพย์สินอย่างเป็นระบบในโลกการเงินแบบดั้งเดิม

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1