Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

มีมคอยน์ 114514 สร้างผลตอบแทน 6,800 เท่าใน 11 วัน จุดกระแสเก็งกำไรเสี่ยงสูงในตลาดคริปโต

เพียง 11 วัน ผลตอบแทนทะลุ 6,800 เท่า! ความบ้าคลั่งในตลาด ‘มีมคอยน์’ ยังดำเนินต่อ

ตลาดคริปโตกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังเกิดกรณีลงทุนมูลค่าเพียง 321 ดอลลาร์ (ประมาณ 4.6 หมื่นบาท) กลายเป็นทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2.18 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 31.5 ล้านบาท) ภายในเวลาแค่ 11 วัน จากคอยน์ที่แทบไม่มีมูลค่าจริงอย่าง ‘114514’ ซึ่งเปิดตัวผ่านแพลตฟอร์มออกเหรียญมีมอย่าง *Pump.fun* เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ปี 2025 บนบล็อกเชนของโซลานา(SOL)

แม้มีมคอยน์จะถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องขาดการใช้งานจริงหรือเทคโนโลยีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แต่ก็ยังคงดึงดูดนักลงทุนที่มองหา ‘โอกาสรวยเร็ว’ อยู่เสมอ และกรณีล่าสุดนี้ยิ่งตอกย้ำถึง *ความไม่แน่นอนและความเสี่ยงสูง* ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทนี้

ตามรายงานของ Lookonchain บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน ระบุว่า นักเทรดนิรนามรายหนึ่งใช้เงินเพียง 321 ดอลลาร์ซื้อโทเคน 114514 ประมาณ 45.58 ล้านเหรียญ หลังจากนั้นไม่นานราคาพุ่งขึ้นจนมูลค่าทะลุ 2.18 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นผลตอบแทนถึง *6,800 เท่า* หรือระดับที่แทบไม่อาจจินตนาการได้

นี่ไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดขึ้นในตลาดมีมคอยน์ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ มีมคอยน์ TROLL บนเครือข่ายโซลานาสร้างผลตอบแทน 110 เท่าภายใน 3.5 เดือน ขณะที่มีมคอยน์ ‘4’ ที่อยู่บนเชนของ BNB ก็เคยมอบผลกำไรกว่า 267 ล้านบาทให้กับนักลงทุนที่ลงทุนเพียง 3,000 ดอลลาร์ และกรณีสุดคลาสสิกคงหนีไม่พ้นชิบะอินุ(SHIB) ที่นักลงทุนรายหนึ่งเปลี่ยนเงิน 8,000 ดอลลาร์เป็นมูลค่าราว 7.7 แสนล้านบาท

แต่อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จเหล่านี้มาพร้อมกับความเสี่ยงแฝงจำนวนมาก โดยเฉพาะจาก *พฤติกรรมปั่นราคาและการโกงแพลตฟอร์ม* งานวิจัยชิ้นหนึ่งเผยว่า 83% ของมีมคอยน์ที่มีผลงานดี มักมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายการปั่นราคาหรือควบคุมตลาด ไม่ว่าจะเป็น ‘การซื้อขายวนซ้ำ’ (Wash trading), การถือโทเคนจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นจำนวนมาก หรือการสร้างสภาพคล่องหลอก

ช่วงที่ผ่านมา มีผู้ใช้กว่า 17,000 รายที่ตกเป็นเหยื่อของกลยุทธ์ที่เรียกว่า ‘Pump and Dump’ และ ‘Rug Pull’ โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกันมากกว่า 135 ล้านบาท มีมคอยน์บางตัวถึงขั้นต้องถูกถอดออกจากกระดานเทรด ส่งผลให้ผู้ถือสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

คำถามที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ว่า “มีมคอยน์ทำกำไรได้หรือไม่” แต่เป็น “นี่คือการเล่นเกมหรือการพนันกันแน่?”

นักวิเคราะห์หลายคนแสดงความเห็นว่า แม้มีมคอยน์จะปรากฏในช่วงเวลาหนึ่งพร้อมกับกระแสโซเชียลและความฮึกเหิมของชุมชนออนไลน์ แต่โปรเจกต์ส่วนใหญ่มักขาดแผนธุรกิจระยะยาวหรือโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน การพุ่งขึ้นของราคาในช่วงสั้นจึงมักเกิดจาก ‘กระแส’ ไม่ใช่ ‘มูลค่าที่แท้จริง’ ส่งผลให้สินทรัพย์ในกลุ่มนี้ไม่เหมาะกับการถือครองระยะยาว

กรณีของ PEPE ก็เช่นกัน นักลงทุนรายหนึ่งซื้อโทเคน 1.5 ล้านล้านโทเคน ด้วยเงินประมาณ 316,000 บาท มูลค่าของเหรียญในพอร์ตเคยสูงถึง 620 ล้านบาท แม้จะขายออกเพียงบางส่วนก็สามารถโกยเงินไปถึง 149 ล้านบาท แต่ทั้งหมดนี้ยังคงเป็น ‘โชค + เวลา’ ล้วน ๆ

*ความคิดเห็น:* การลงทุนในมีมคอยน์อาจจะเป็นเหมือนตั๋วลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าผู้ถูกรางวัลมีอยู่ไม่กี่ราย ขณะที่ผู้เสียเงินเต็มจำนวนยังคงเป็นคนส่วนใหญ่ในระบบนี้

ดังนั้น หากใครยังคงมองหาผลตอบแทนจากการลงทุนในมีมคอยน์ ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ตรวจสอบโครงสร้างเจ้าของโทเคน แหล่งสภาพคล่อง และข้อมูลการเปิดตัวในตลาด เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่เงิน 4 หมื่นบาทจะกลายเป็น 31 ล้านบาทอีกครั้ง.

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

อีเธอเรียม(ETH) จ่อเบรกแนวต้านสำคัญเมื่อเทียบบิตคอยน์(BTC) ผู้เชี่ยวชาญชี้เป้าอาจพุ่งแตะ 0.060 BTC

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1