อีเธอเรียม(ETH) ขยับเข้าใกล้เป้าหมายการเพิ่มความสามารถในการขยายเครือข่ายอีกขั้น ด้วยการอัปเกรดแบบฮาร์ดฟอร์ก Bond Parameter–Only หรือ BPO ครั้งที่สองที่จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยแม้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะมีขนาดเล็กและมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพของเลเยอร์ 2 โรลอัปโดยเฉพาะ แต่ก็ถือเป็น ‘ก้าวสำคัญ’ สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
การอัปเกรด BPO ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขยายขีดความสามารถของ ‘บลอบ’ (blob) ซึ่งเป็นโครงสร้างจัดเก็บข้อมูลธุรกรรมชั่วคราว ช่วยลดภาระของเชนหลักและผลักดันกระบวนการไปยังโรลอัป โดยมีการปรับ *เพดานบลอบ* จาก 15 ขึ้นเป็น 21 และปรับ *ค่าเป้าหมายบลอบ* จาก 10 ขึ้นเป็น 14 ซึ่งหมายความว่า ตอนนี้อีเธอเรียมสามารถรองรับข้อมูลมากถึงประมาณ 2.6 เมกะไบต์ต่อบล็อก (128KB ต่อบลอบ) ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพในการประมวลผลธุรกรรมของระบบ L2 ได้อย่างมีนัย
นักพัฒนาย้ำว่า ตัวเลข ‘เป้าหมาย’ มีความสำคัญมากกว่าเพดาน เพราะเป็นค่าที่สะท้อนระดับความเสถียรของเครือข่ายในสภาวะปกติ หากตัวเลขเข้าใกล้เพดานบ่อยครั้ง อาจเกิดภาระต่อแบนด์วิดธ์และพื้นที่จัดเก็บของโหนดได้
หลังจากการอัปเกรด BPO ครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เครือข่ายอีเธอเรียมมีค่าธรรมเนียมโดยเฉลี่ยที่นิ่งขึ้นอย่างชัดเจน เป็นผลจากการที่โรลอัปผลักข้อมูลออกจากเชนหลัก ทำให้ความแออัดของพื้นที่ในบล็อกเบาลง
อย่างไรก็ตาม ทีมพัฒนาไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ ล่าสุดในการประชุม *นักพัฒนาอีเธอเรียมหลัก* มีการหารือเกี่ยวกับแผนการเพิ่ม *ขีดจำกัดก๊าซ (Gas Limit)* จาก 60 ล้าน เป็น 80 ล้าน ซึ่งจะเพิ่มจำนวนธุรกรรมที่แต่ละบล็อกสามารถจัดการได้ และทำให้การใช้งานสมาร์ตคอนแทรกต์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น — *ความคิดเห็น:* การเพิ่มขีดจำกัดนี้ถือเป็นก้าวสำคัญต่อการขยายตัวของโลก dApp และลดต้นทุนการใช้งานสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ในระยะยาว นักพัฒนากำลังวางแผนอัปเกรดครั้งใหญ่อีกครั้งในปี 2026 ภายใต้ชื่อ *"Glamsterdam"* ที่อาจเป็นการพลิกโฉมอีเธอเรียม โดยมีเป้าหมายการขยายก๊าซสูงสุดถึง 200 ล้าน พร้อมด้วยการใช้งานเทคโนโลยี *EIP-7928* เพื่อรองรับฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า *“Block Access List” และการประมวลผลแบบขนานโดยสมบูรณ์ (Perfect Parallel Processing)* ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพและการรองรับแอปพลิเคชันแบบไม่จำกัด
ทางด้าน วีทาลิก บูเทอริน (Vitalik Buterin) ผู้ก่อตั้งอีเธอเรียม ได้โพสต์ในแพลตฟอร์ม X (อดีตทวิตเตอร์) ว่า เทคโนโลยีใหม่อย่าง *PeerDAS* และ *zkEVM* ได้ช่วยให้อีเธอเรียมสามารถ ‘แก้ไขปัญหา Blockchain Trilemma’ ได้เป็นครั้งแรกอย่างเป็นรูปธรรม โดย Trilemma คือโจทย์คลาสสิกที่ท้าทายการบรรลุ 3 คุณลักษณะพร้อมกัน ได้แก่ *กระจายศูนย์, ความปลอดภัย และความสามารถในการขยายตัว*
บูเทอรินชี้ว่า PeerDAS ช่วยให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ zkEVM รักษาความถูกต้องแม้จะดำเนินการบนเลเยอร์ 2 นอกจากนี้ เขายังย้ำว่าเทคโนโลยีทั้งสองนี้อยู่ในขั้น ‘การใช้งานจริงบนเมนต์เน็ต’ แล้ว
ตลาดการสเตกอีเธอเรียมก็กำลังส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน ปริมาณ ETH ในคิวรอออกจากสถานะผู้ตรวจสอบเมื่อวันอังคาร อยู่ที่ *0 ETH* เทียบกับช่วงกลางเดือนกันยายนซึ่งเคยพุ่งแตะ *2.67 ล้าน ETH* หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 3.8 ล้านล้านวอน สถานการณ์ตอนนั้นสะท้อนแรงเทขายที่รุนแรงและผู้ใช้ต้องรอหลายวันเพื่อถอนเหรียญ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มี *เม็ดเงินใหม่* เข้าสู่การสเตกอีกครั้ง โดยเฉพาะจากผู้ถือ ETH รายใหญ่ ซึ่งมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อ *ความเชื่อมั่นในเครือข่าย* และเปลี่ยนผ่านจากเฟสถอนทุนสู่เฟสร่วมมือระยะยาวอีกครั้ง
“BPO ฮาร์ดฟอร์ก” นี้จึงกำลังถูกจับตามองว่าไม่เพียงแต่จะเพิ่ม *ความสามารถในการประมวลผล* และ *ความเสถียรด้านค่าธรรมเนียม* เท่านั้น แต่ยังอาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการใหม่สำหรับอีเธอเรียม ที่มีเป้าหมายสู่แพลตฟอร์มระดับโลกที่ทั้งเร็ว ปลอดภัย และกระจายศูนย์อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0