คาอิโก รีเสิร์ช(Kaiko Research) เปิดเผยรายงานล่าสุดที่เจาะลึกโครงสร้าง ‘สภาพคล่อง’ ของตลาดคริปโตเกาหลี โดยใช้ตัวชี้วัดหลากหลาย เช่น ปริมาณการซื้อขาย, สเปรดราคาซื้อขาย, ความลึกของตลาด และระดับสลิปเปจ เพื่อสร้างกรอบวิเคราะห์ที่ครอบคลุม ซึ่งสามารถประเมินความน่าเชื่อถือและศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องในแต่ละตลาดได้อย่างแม่นยำ
คำว่า ‘สภาพคล่อง’ หมายถึงความสามารถในการซื้อขายสินทรัพย์ในปริมาณมากโดยไม่ส่งผลกระทบต่อราคาตลาดมากนัก ตามข้อมูลจากคาอิโก รีเสิร์ช ตัวชี้วัดที่วัดก่อนทำการซื้อขายจะบ่งบอกว่าตลาดมีความพร้อมในการรับออร์เดอร์แค่ไหน ขณะที่หลังการซื้อขายจะสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงเมื่อคำสั่งถูกจับคู่ การวิเคราะห์ทั้งสองด้านนี้ร่วมกันจึงมีความสำคัญสำหรับการประเมิน ‘คุณภาพ’ ของสภาพคล่อง
จุดที่น่าสนใจคือโครงสร้าง ‘ขนาดราคาขยับขั้นต่ำ’ (Tick Size) ของตลาดเกาหลี โดยเฉพาะในกรณีของ ‘อัพบิต’ ซึ่งปรับขนาดราคาให้เหมาะสมตามระดับราคา ช่วยเพิ่มการกระจายราคาและความชัดเจนในหน้าจอคำสั่งซื้อขาย ประกอบกับโครงสร้างคำสั่งแบบรวมศูนย์ที่ทำให้ฝั่งขายมี ‘สลิปเปจ’ ต่ำ ตัวอย่างเช่น ในตลาด BTC-KRW ออร์เดอร์ขายมูลค่า 10 ล้านบาทสามารถดำเนินการได้โดยมีสลิปเปจต่ำแม้ไม่รวมค่าธรรมเนียม ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลวัดผลจากคาอิโก รีเสิร์ช
ด้าน ‘นโยบายค่าธรรมเนียม’ ของแต่ละแพลตฟอร์มก็มีผลต่อสภาพคล่องเช่นกัน เมื่อไม่มีค่าธรรมเนียม ผู้ทำตลาดจะขยายสเปรดเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป กรณีของ ‘บิทซัมป์’ ในตลาด BTC เป็นตัวอย่าง บ่งชี้ว่าแม้ค่าธรรมเนียมลดลง แต่ความลึกของออร์เดอร์บุ๊กกลับลดลงและคำสั่งซื้อขายมีผลกระทบต่อราคามากขึ้น คาอิโกระบุว่า ปัจจัยที่แท้จริงในการพัฒนา ‘สภาพคล่อง’ คือจำนวนผู้ใช้งานและคำสั่งที่เข้ามาในตลาด
สำหรับเปรียบเทียบสภาพคล่องระหว่างแพลตฟอร์มในเกาหลี ‘อัพบิต’ ครองส่วนแบ่งตลาดอย่างชัดเจน โดยข้อมูลในปี 2025 อัพบิตมีสัดส่วนการซื้อขายคริปโตมากถึง *70%* ของตลาด และนำหน้าทั้งในคู่ BTC-KRW และ XRP-KRW ส่งผลให้ตลาดของอัพบิตมี *market depth* ที่มั่นคง สามารถรองรับการซื้อขายขนาดใหญ่ได้ ขณะที่โคอินวันและโคบิทยังประสบปัญหาสภาพคล่องต่ำ
เหตุการณ์พิเศษก็สามารถส่งผลกระทบรุนแรงได้เช่นกัน รายงานเผยว่าการประกาศ ‘ภาวะฉุกเฉิน’ อย่างกะทันหันของประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล ในเดือนธันวาคม 2024 ส่งผลให้ตลาดเข้าสู่ภาวะความไม่แน่นอนสูง ปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้นแต่ ‘สเปรด’ กว้างขึ้นและ ‘market depth’ ลดลง แสดงให้เห็นว่าสภาวะตลาดตึงตัวสามารถทำลายความสัมพันธ์ตามปกติระหว่างปริมาณและสภาพคล่องได้
ไม่เพียงแค่นั้น ปรากฏการณ์ ‘คิมชีพรีเมียม’ และการทำจุดสูงสุดใหม่ของบิตคอยน์(BTC) ก็มีผลเช่นกัน คิมชีพรีเมียมกระตุ้นกิจกรรมอาร์บิทราจ ส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายสภาพคล่องระหว่างตลาด ส่วนช่วงราคาทำจุดสูงสุดใหม่นั้นพบว่าสเปรดจะลดลงและความลึกในตลาดเพิ่มขึ้น สะท้อนว่า สภาพคล่องในตลาดคริปโตไม่ได้พึ่งพาเพียงตัวเลข แต่ยังถูกขับเคลื่อนด้วย *จิตวิทยาของนักลงทุนและปัจจัยภายนอก*
*ความคิดเห็น*: รายงานจากคาอิโก รีเสิร์ชชี้ว่า การประเมินสภาพคล่องไม่สามารถดูจากตัวชี้วัดใดตัวหนึ่งเพียงอย่างเดียวได้ โดยจำเป็นต้องดูภาพรวมแบบองค์รวมผ่านหลายมิติ ทั้ง ‘ปริมาณ’, ‘สเปรด’, ‘ความลึก’ และ ‘สลิปเปจ’ ขณะที่ตลาดคริปโตเกาหลีโดยเฉพาะ ‘อัพบิต’ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการวางโครงสร้างตลาดที่ส่งเสริมสภาพคล่อง ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งจากรายงานนี้จะกลายเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างตลาดในอนาคต
ความคิดเห็น 0