ริปเปิล(XRP) กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของตลาดคริปโตในช่วงต้นปี 2026 หลังจากถูกสถานีโทรทัศน์ CNBC ของสหรัฐยกให้เป็น ‘การเทรดคริปโตที่ดีที่สุดแห่งปี’ โดยสามารถเอาชนะทั้งบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ได้สำเร็จ ปัจจัยเบื้องหลังความนิยมที่พุ่งสูงของ XRP ได้แก่ อัตราผลตอบแทนที่โดดเด่น การไหลเข้าของเงินทุนใน ETF และการเปลี่ยนแปลงในจิตวิทยาการลงทุนของผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล
เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) ในรายการ Power Lunch ของ CNBC พิธีกร ไบรอัน ซัลลิแวน กล่าวอย่างเด่นชัดว่า “การเทรดคริปโตที่ดีที่สุดของปีนี้ ไม่ใช่บิตคอยน์หรืออีเธอเรียม แต่เป็น XRP ต่างหาก” ทั้งนี้ XRP ได้ปรับตัวขึ้นกว่า 20% แล้วนับตั้งแต่ต้นปี และก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของตลาดจากมูลค่าตามราคาตลาด โดยเขาเน้นว่า "เม็ดเงินขนาดใหญ่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ XRP"
แมคเคนซี ซีเกอลอส ผู้สื่อข่าวของ CNBC เสริมว่า การฟื้นตัวของ XRP เริ่มต้นเงียบๆ ตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2025 แม้ตลาดในขณะนั้นอยู่ในช่วงซบเซา นักลงทุนกลับเริ่มทยอยใส่เงินทุนเข้าสู่ ETF ของ XRP ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แตกต่างจาก ETF ของบิตคอยน์และอีเธอเรียม ความแปลกใหม่นี้ทำให้ XRP กลายเป็นตัวเลือกที่ ‘ไม่แออัด’ และดึงดูดกลุ่มนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนในทิศทางที่แตกต่างกัน
ข้อมูลตลาดก็สนับสนุนการเคลื่อนไหวนี้อย่างชัดเจน โดยในช่วงไม่กี่วัน XRP พุ่งจาก 1.85 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,679 บาท) ไปสู่ระดับสูงสุดที่ 2.40 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,479 บาท) และล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 2.25 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,261 บาท) ขณะเดียวกัน การลงทุนใน ETF ก็ยังคงมีแนวโน้มเป็นบวก รวมถึงปริมาณ XRP ที่ถืออยู่ในตลาดแลกเปลี่ยนลดลง สะท้อนถึงการดูดซับอุปทานออกจากตลาด
ขณะที่ XRP ขึ้นแท่นสู่แถวหน้า อีกหนึ่งสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกพูดถึงคือ โซลานา(SOL) เหตุผลมาจากความสามารถด้านความเร็วและต้นทุนที่ต่ำของบล็อกเชน ทำให้เป็นที่จับตามอง ซีเกอลอสชี้ว่า บิตคอยน์กลายเป็นสินทรัพย์สุกงอมตามกติกา ทำให้ความคาดหวังเรื่องผลตอบแทนไม่สูงนัก ส่งผลให้สายตานักลงทุนหันไปยัง ‘อัลต์คอยน์’ มากขึ้น โดยเฉพาะ XRP และโซลานา
ผลกระทบจากกฎหมาย ‘GENIUS’ ที่มีผลบังคับใช้ในสหรัฐ ก็ยิ่งเร่งกระบวนการดังกล่าว โดยกฎหมายนี้เอื้อให้มีการออกเหรียญสเตเบิลคอยน์มากขึ้น และผู้ให้บริการเริ่มหันไปใช้บล็อกเชนอื่นนอกเหนือจากอีเธอเรียม โซลานาจึงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง “รายจ่ายในระบบโซลานาถูกกว่าระบบอย่างอีเธอเรียมมาก นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงถูกนำไปใช้งานมากขึ้นในปัจจุบัน” ซีเกอลอสกล่าว
อีกหนึ่งข่าวใหญ่นอกเหนือจาก XRP คือการที่มอร์แกน สแตนลีย์ยื่นเอกสารเพื่อเปิดตัวกองทุน ETF แบบสปอตสำหรับบิตคอยน์และโซลานา เป็นสัญญาณว่ากลุ่มสถาบันก็เริ่มหันมาสนใจโซลานาอย่างจริงจัง ด้านแพลตฟอร์มซื้อขาย คอยน์เบส ก็ผนวกบริการดีเซ็นทรัลไลซ์เอ็กซ์เชนจ์ (DEX) ที่พัฒนาบนโซลานาเข้ากับผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านราย ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 ส่งผลให้ระบบนิเวศของโซลานายิ่งขยายตัว
‘XRP’ และ ‘โซลานา’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สินทรัพย์คริปโตทางเลือก แต่ยังถูกมองว่าเป็นทรัพย์สินที่มี ‘การใช้งานจริง’ รองรับ ทั้งจากกรณีการโอนข้ามพรมแดนของ XRP ไปจนถึงความเร็วการทำธุรกรรมของโซลานา นี่จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเริ่มพิจารณาแยกตัวออกจากการเกาะกระแสหลักอย่างบิตคอยน์และอีเธอเรียม และค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆในโลกของคริปโต
*ความคิดเห็น:* ความเคลื่อนไหวของ XRP ในช่วงต้นปีนี้อาจเป็นสัญญาณของ ‘การกลับมา’ ของอัลต์คอยน์ในปี 2026 นักลงทุนระดับสถาบันและรายย่อยเริ่มจัดพอร์ตใหม่อย่างจริงจัง เน้นสินทรัพย์ที่มีการใช้งานจริง ขณะที่ ETF เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่เปิดประตูให้ผู้เล่นทุกรายสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ตลาดคริปโตจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และโอกาสใหม่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น.
ความคิดเห็น 0