จู กี-ยอง ซีอีโอของคริปโตควอนต์(CryptoQuant) ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อการที่ ‘เอ็กซ์(X)’ หรือโซเชียลมีเดียของอีลอน มัสก์(Elon Musk) ใช้มาตรการควบคุมเนื้อหาเกี่ยวกับ *คริปโต* อย่างเข้มงวดเกินไป โดยเฉพาะในกรณีที่บัญชีผู้ใช้งานทั่วไปกลับถูกตรวจจับว่าเป็นสแปม แม้จะไม่ได้มีพฤติกรรมผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งนี้ สาเหตุเกิดจากโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับ *คริปโต* บนแพลตฟอร์มมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จูเปิดเผยผ่านบัญชี ‘เอ็กซ์’ ว่าเพียงวันเดียว มีโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับคำว่า *คริปโต* มากกว่า 7.7 ล้านข้อความ เพิ่มขึ้นกว่า 1,200% จากช่วงก่อนหน้า และส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่สร้างโดย *บอท(Bot)* ซึ่งเป็นเนื้อหาคุณภาพต่ำทั้งสิ้น “ขณะที่ AI พัฒนาไปเรื่อย ๆ การมีอยู่ของบอทอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เอ็กซ์ยังไม่สามารถแยกแยะได้อย่างมีประสิทธิภาพระหว่างมนุษย์กับระบบอัตโนมัติ” จูกล่าว
นอกจากนี้ จูยังวิจารณ์ระบบ ‘ยืนยันตัวตนแบบเสียเงิน’ ของเอ็กซ์ว่าได้กลายเป็นช่องทางให้บอทสามารถเผยแพร่สแปมได้ง่ายขึ้น “ตราบใดที่จ่ายเงิน ก็สามารถรับการยืนยันและกระจายเนื้อหาสแปมได้อย่างเสรี ขณะที่ผู้ใช้งานจริงกลับถูกจำกัดการเข้าถึง” เขาย้ำ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้วเอ็กซ์ต้องการจำกัดเนื้อหา *คริปโต* โดยตรงมากกว่าการจัดการกับบอทอย่างแท้จริงหรือไม่ *ความคิดเห็น* จูมองว่าการเคลื่อนไหวเช่นนี้อาจเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการแลกเปลี่ยนความรู้ในวงการคริปโต
ในอีกมุมหนึ่ง แซมสัน โมว์(Samson Mow) ผู้ก่อตั้ง Jan3 ผู้เชี่ยวชาญด้าน *บิตคอยน์(BTC)* แสดงความคิดเห็นว่าอีลอน มัสก์อาจกลับมา ‘ลงทุนอย่างหนัก’ ใน *บิตคอยน์* ภายในปี 2026 โดยโพสต์ข้อความผ่านเอ็กซ์ว่า “@elonmusk will go hard into BTC” ซึ่งสร้างความคาดหวังในหมู่นักลงทุนเกี่ยวกับทิศทางในอนาคต
โมว์ได้นำเสนอภาพรวมของประมาณการทั้งหมด 5 ข้อสำหรับปี 2026 ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่ทรัพย์สินสถาบันจะหลั่งไหลเข้าสู่ตลาด *คริปโต* อีกครั้ง โดยเฉพาะในระลอกใหม่ที่มัสก์อาจมีบทบาทอีกครั้ง ทั้งนี้ในอดีต มัสก์เคยสนับสนุน *บิตคอยน์* อย่างชัดเจน โดยในปี 2021 เทสลา(TSLA) เคยรองรับการชำระเงินด้วย *บิตคอยน์* แต่ภายหลังได้ยกเลิกไปเนื่องจากประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ก่อนจะขายสินทรัพย์ไปถึง 75% ในปีต่อมา *ความคิดเห็น* การคาดการณ์ของโมว์อาจสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดและตอกย้ำแนวโน้มที่สถาบันกำลังหันกลับมาจับตา *คริปโต* อีกครั้งในอนาคต
ขณะที่เมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมา ชุมชน *บิตคอยน์* ได้ร่วมรำลึกครบรอบ 17 ปีของโพสต์ในตำนาน “Running Bitcoin” ของแฮล ฟินนีย์(Hal Finney) ซึ่งเป็นบุคคลแรกที่ร่วมยืนยันธุรกรรมบนเครือข่าย *บิตคอยน์* จากข้อความที่บรรยายสั้น ๆ ว่าเขากำลัง “รันบิตคอยน์อยู่” เมื่อปี 2009 ทำให้โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการเริ่มต้นระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง
ฟินนีย์ถือเป็นสมาชิกคนสำคัญของกลุ่มไซเฟอร์พังก์(cypherpunk) และยังได้รับ *บิตคอยน์* จำนวน 10 BTC ตรงจาก ‘ซาโตชิ นากาโมโตะ’ ผู้ก่อตั้ง *บิตคอยน์* โดยตรง ซึ่งหากคำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน มูลค่าดังกล่าวจะเกิน 9 ล้านบาท ($62,000) ทั้งนี้แม้เขาจะเสียชีวิตในปี 2014 ขณะที่มีอายุ 58 ปี ทว่าการคาดเดาเรื่องตัวตนของนากาโมโตะก็ยังคงเกี่ยวพันกับฟินนีย์มาโดยตลอด
บทความนี้สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของ *บิตคอยน์* ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และทิศทางในอนาคต พร้อมตอกย้ำว่าพลังของชุมชน *คริปโต* ยังขับเคลื่อนและส่งอิทธิพลต่อวิธีที่เราเข้าใจระบบการเงินในยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็น 0