OKX เดินหน้ายืนยันนโยบาย ‘ยืนยันตัวตน’ แม้เกิดกรณีอายัดบัญชีเงินฝากก้อนโต
เมื่อวันที่ 24 แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตชื่อดัง OKX ออกมาย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะเดินหน้าบังคับใช้ ‘นโยบายยืนยันตัวตน’ (KYC) อย่างเข้มงวด ภายหลังเกิดกรณีผู้ใช้งานรายหนึ่งร้องเรียนว่า บัญชีของตนถูกอายัดเงินมูลค่าราว 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.87 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้เกิดกระแสถกเถียงในชุมชนคริปโตอย่างกว้างขวาง
กรณีนี้เริ่มต้นจากผู้ใช้ Twitter รายหนึ่งในชื่อ ‘Captain Bunny’ เผยว่า เงินในรูปแบบสเตเบิลคอยน์ USDG ได้ถูกอายัดโดย OKX โดยอ้างว่าเงินดังกล่าวมีไว้สำหรับค่ารักษาพยาบาลของบิดาที่ป่วยหนัก อย่างไรก็ดี OKX ชี้แจงว่า ระบบควบคุมความเสี่ยงของบริษัทได้สั่งระงับการเข้าถึงบัญชีถึง 4 บัญชี เนื่องจากพบสัญญาณน่าสงสัย
ต่อมา ผู้ใช้งานรายนี้ยอมรับว่าได้ซื้อบัญชีที่ผ่านการยืนยันตัวตนจากผู้อื่นเมื่อปลายปี 2023 ซึ่งเป็นวิธีที่ผู้ใช้ในจีนบางกลุ่มนิยมใช้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อระบบของ OKX ตรวจพบและร้องขอให้มีการยืนยันตัวตนผ่านการสแกนใบหน้า กลับพบว่าข้อมูลไม่ตรงกัน ทำให้กระบวนการยืนยันล้มเหลว
สตาร์ ซิว ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ OKX ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียในวันถัดมา โดยระบุว่า “การโอนบัญชีที่ยืนยันตัวตนแล้วให้ผู้อื่นถือเป็นการละเมิดความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยอย่างร้ายแรง” พร้อมย้ำว่า OKX จะให้บริการเฉพาะผู้ใช้ที่เข้าสู่ระบบด้วยตัวตนที่แท้จริงเท่านั้น
อย่างไรก็ดี OKX เปิดทางให้มีการขอคืนสินทรัพย์ได้ หากปฏิบัติตามเงื่อนไข 3 ประการ ได้แก่ 1) เจ้าของบัญชีเดิมต้องปฏิเสธความเป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการ 2) บัญชีไม่อยู่ในขอบเขตของกระบวนการยุติธรรมหรือการสอบสวนใด ๆ และ 3) ต้องแสดงหลักฐานแหล่งที่มาทางการเงินที่ถูกต้องและสอดคล้องกับกฎระเบียบ
OKX และแพลตฟอร์มชั้นนำอื่น ๆ ได้ย้ำความสำคัญของการยืนยันตัวตนเพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับต่อต้านการฟอกเงิน (AML) และการต่อต้านการสนับสนุนการก่อการร้าย (CTF) โดยผู้ใช้งานที่ต้องการเริ่มต้นบัญชีใหม่จะต้องส่งบัตรประชาชนและภาพถ่ายตนเองเพื่อยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย
ฝ่ายบริการลูกค้าของ OKX ระบุอย่างชัดเจนว่า “เราจะให้บริการเฉพาะกับผู้ใช้ที่มีข้อมูลตรงกับการยืนยันตัวตนเท่านั้น” พร้อมให้เหตุผลว่า บัญชีที่ใช้ชื่อบุคคลอื่นไม่สามารถใช้งานได้ตามเงื่อนไขแพลตฟอร์ม
ในเวลาที่การยืนยันตัวตนกลายเป็นหัวใจสําคัญของระบบความปลอดภัยบนโลกคริปโต ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ในชุมชนกลับแสดงท่าทีเห็นด้วยกับจุดยืนของ OKX โดยบางรายเตือนว่า “การมีข้อยกเว้นมากเกินไปจะกลายเป็นช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตหรือฟอกเงินในอนาคต” *ความคิดเห็น*
เหตุการณ์นี้ช่วยเน้นย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีกรอบนโยบายที่ชัดเจนและเข้มงวดเกี่ยวกับความปลอดภัยและความถูกต้องในการใช้งานบนแพลตฟอร์ม ทว่า ยังอาจต้องพิจารณาทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้งานที่อาจเผชิญกับข้อจำกัดเชิงระบบในบางประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความคิดเห็น 0