จางเผิง จ้าว เตือน: "อย่าซื้อมีมคอยน์ที่สร้างจากมุกตลกของผม"
จางเผิง จ้าว(CZ) อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไบนานซ์ ออกคำเตือนไปยังนักลงทุนว่าอย่านำ ‘มุกตลก’ ของเขาไปตีความเป็นสัญญาณการลงทุน และยิ่งไม่ควรซื้อมีมคอยน์ที่สร้างขึ้นจากสิ่งเหล่านั้น ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญกับความคลั่งไคล้ที่มากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อนักลงทุนเริ่มใช้คำพูดของผู้มีชื่อเสียงเป็นตัวชี้วัดการลงทุน
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) จ้าวโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (ชื่อเดิม ทวิตเตอร์) ว่า “ผมแค่เขียนโพสต์เหมือนที่เคยทำ แต่ปรากฏว่าข้อความพวกนั้นกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้สร้างมีมคอยน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดปกติอย่างยิ่ง” เขาเน้นว่า “ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดถึงคริปโตใด ๆ และการซื้อคอยน์แบบนี้จะไม่ทำกำไร ไม่ก่อมูลค่าในระยะยาว และสุดท้ายจะจบลงด้วย ‘ขาดทุน’”
*ความเป็นจริงที่ ‘มุกตลก’ กลายเป็นคอยน์*
คำเตือนของจ้าวไม่เพียงสะท้อนความห่วงใยต่อผู้ลงทุนรายย่อย ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาเรื้อรังของตลาดในปัจจุบัน ที่มักสร้างเหรียญใหม่ทันทีหลังคำพูดหรือลักษณะใด ๆ จากคนดัง โดยไม่มีโปรเจกต์พื้นฐานรองรับ ขณะที่บางกลุ่มนักพัฒนากลับใช้กลยุทธ์นี้เป็นช่องทางหาเงินระยะสั้น
โพสต์ของจ้าวกลายเป็นกระแสทันทีในกลุ่มผู้ใช้งานคริปโตบน X หลายคนวิพากษ์พฤติกรรม ‘เล่นตามกระแส’ ของนักลงทุนบางกลุ่ม บางส่วนยังตั้งคำถามว่าไบนานซ์เองก็ควรรับผิดชอบในวัฒนธรรมมีมคอยน์นี้ เช่น มีกรณีที่เหรียญชื่อเดียวกับชื่อสัตว์เลี้ยงของจ้าวเคยถูกลิสต์ขึ้นกระดานไบนานซ์มาก่อน
*มีมคอยน์ ‘จริงจัง’ หรือแค่กระแสประดิษฐ์*
เมื่อกระแสมีมคอยน์ยังไม่จางหาย ผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนมองว่าถึงเวลาต้องทบทวนว่ามีมคอยน์แบบไหนที่มีคุณภาพจริง บริษัทด้านบริการคริปโตอย่าง Onramp Money ระบุว่า “การเข้าใจผิดว่ามุกตลกคือ ‘คำแนะนำทางการเงิน’ แล้วรีบสร้างเหรียญเพื่อเก็งกำไร มักจบลงด้วยความขาดทุนเสมอ” ผู้ใช้รายหนึ่งถึงขั้นกล่าวว่า “บางโปรเจกต์ส่งเสริมมีมคอยน์เพียงเพื่อปั่นปริมาณซื้อขาย จนสุดท้ายผู้เสียหายก็คือนักลงทุนรายย่อย”
ประเด็นนี้ยังก่อให้เกิดการเรียกร้องจากกลุ่มชุมชนให้หันมาสนับสนุนมีมคอยน์ที่มี ‘เนื้อเรื่องและเอกลักษณ์’ จริง ๆ เช่นที่ผู้ใช้ 0xMo.eth ระบุว่า BNBเชน ควรมุ่งสนับสนุนโครงการที่มีความเป็นชุมชน มากกว่าจะไล่ตามกระแสแฟชั่นชั่วคราว โดยเสริมว่า “มีมคอยน์ที่มีบริบทและตัวตนมีแนวโน้มจะสร้างมูลค่าได้อย่างยั่งยืน”
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดคำเตือนเช่นนี้ ย้อนกลับเมื่อวันที่ 8 ผู้สนับสนุนเครือข่าย BNBเชน รายหนึ่งชื่อ ฮินาตะ เคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับเหรียญที่ไม่มีเรื่องราวหรือตัวละครที่ชัดเจน โดยระบุว่าเหรียญเหล่านี้มักสูญเสียมูลค่าอย่างรวดเร็วหลังหมดกระแส
*เมื่อมีมคอยน์กลับมา ความเสี่ยงก็ตามมา*
จังหวะที่จ้าวออกมาเตือน เกิดขึ้นพร้อมกับการฟื้นตัวของความสนใจในหมวดหมู่มีมคอยน์ สื่อคริปโต CryptoPotato รายงานว่าการพูดถึงกองทุน ETF และการลงทุนแบบโครงสร้างใหม่ ดึงดูดนักลงทุนรายย่อยให้กลับมาหามีมคอยน์อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น โดจคอยน์(DOGE), ฟลอคกิ(FLOKI), เปป(PEPE) หรือ ชิบะอินุ(SHIB) ส่งผลให้ราคาผันผวนรุนแรงตามการเคลื่อนไหวของวาฬในตลาด
แต่เบื้องหลังความคึกคักนี้ยังมีอันตรายแฝงอยู่ เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม มีมีมคอยน์ที่มีสภาพคล่องต่ำในกระดานเทรดไบนานซ์ถูกพบว่าราคาถูกปั่นอย่างผิดปกติ ส่งผลให้การซื้อขายบางส่วนได้กำไร แต่ผู้ลงทุนส่วนใหญ่กลับขาดทุน และอีกตัวอย่างเมื่อเดือนธันวาคม 2566 แฮกเกอร์แฮ็กบัญชีโซเชียลของ ยี เหอ หุ้นส่วนของจ้าว เพื่อโฆษณาเหรียญมีม จนเกิดเหตุการณ์พัมพ์แอนด์ดัมพ์ ทำให้นักลงทุนสูญเสียไปราว 55,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.1 ล้านบาท)
*เมื่อกระแสมาแรง ต้องรู้จักเบรกตัวเอง*
ในขณะที่มีมคอยน์เป็นภาพสะท้อนวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตและความรู้สึกของกลุ่มผู้ใช้ แต่มีมคอยน์ที่ไม่มีแก่นสารใดนอกจากคำพูดเล่น ๆ ของอินฟลูเอนเซอร์ กำลังกลายเป็นกับดักเสี่ยงสูงสำหรับผู้ลงทุน ซึ่งคำเตือนของจ้าวคือการย้ำเตือนว่าการลงทุนที่ไม่แยก ‘มุก’ กับ ‘มูลค่า’ ออกจากกันอาจจบลงด้วยการขาดทุนเสมอ
ท่ามกลางพายุเก็งกำไรในโลกคริปโต นักลงทุนจึงต้องเลือกฟังอย่างมีวิจารณญาณ และรู้ว่าเมื่อใดควรหัวเราะ และเมื่อใดควรลงทุนจริงจัง
ความคิดเห็น 0