**ตลาดทองคำแบบโทเคนปี 2025 โตพุ่งกว่า 177% แซงการลงทุนรูปแบบเดิม**
ตลาด ‘ทองคำแบบโทเคน’ หรือสินทรัพย์จริงในรูปแบบดิจิทัล(RWA) กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2025 ด้วยมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นกว่า 2.6 เท่าภายในปีเดียว สะท้อนกระแสดิจิทัลที่เข้ามาเปลี่ยนโลกของการลงทุนในทองคำแบบเดิมๆ
รายงานที่เผยแพร่โดยบริษัทข้อมูลบล็อกเชน CEX.IO ชี้ว่า มูลค่าตลาดของทองคำแบบโทเคนในปี 2025 เพิ่มขึ้นจากประมาณ 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,347 พันล้านบาท) มาอยู่ที่ 440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,455 พันล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 177% ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี กลายเป็นกว่า 25% ของตลาดสินทรัพย์ RWA ทั้งหมด การเติบโตนี้ยังสูงกว่าการรวมกันของการโทเคนสินทรัพย์อื่นๆ อย่างหุ้น, หุ้นกู้, และพันธบัตรนอกสหรัฐฯ
นอกจากนี้ จำนวนกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ถือครองทองคำแบบโทเคนทะยานขึ้นเกือบสามเท่าในปีเดียว โดยมีการเปิดใหม่กว่า 115,000 บัญชี ส่งสัญญาณถึงการกระจายตัวที่รวดเร็วของสินทรัพย์กลุ่มนี้
**โตเร็วกว่า ETF และทองคำจริง 2.6 เท่า**
แม้ว่า ‘ทองคำจริง’ จะมีมูลค่าสูงขึ้นถึง 67% ในปีเดียว จนแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ทองคำแบบโทเคนกลับเติบโตเร็วกว่าอย่างน่าทึ่งถึง 2.6 เท่า แสดงให้เห็นว่านักลงทุนจำนวนมากเริ่มหันหลังให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบเดิม ไปยังตัวเลือกอย่างสินทรัพย์ดิจิทัลแทน
รายงานระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้ชี้ถึงการย้าย ‘สภาพคล่อง’ อย่างต่อเนื่องจากตลาดแบบดั้งเดิมเข้าสู่เครือข่ายออนเชน เป็นโครงสร้างใหม่ที่กำลังแทนที่ระบบเก่าอย่างช้าๆ
**ยอดซื้อขายแตะ 26.1 ล้านล้านบาท ‘เทเธอร์โกลด์’ ครองตลาด**
มูลค่าการซื้อขายทองคำแบบโทเคนในปี 2025 รวมทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 178 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26.1 ล้านล้านบาท) โดยในไตรมาสที่ 4 เพียงไตรมาสเดียวก็ทำลายสถิติที่ 126 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 18.4 ล้านล้านบาท) กลายเป็นตลาดการลงทุนทองคำที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจาก ETF ของ SPDR Gold Shares ในสหรัฐฯ
ขุมพลังหลักในการเติบโตครั้งนี้คือ ‘เทเธอร์โกลด์(XAUT)’ ของบริษัทเทเธอร์(USDT) ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดในไตรมาส 4 ถึง 75% จากเดิมในไตรมาสก่อนหน้าที่ 27% เทเธอร์เปิดเผยว่า XAUT ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ราว 242 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,551 พันล้านบาท) โดยมีทองคำจริงรับรองอยู่ภายใต้มาตรฐานของสมาคมตลาดทองคำลอนดอน (LBMA) ประมาณ 16.2 ตัน
ขณะที่มูลค่าตลาดของสินทรัพย์โทเคนในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหมดยืนอยู่ที่ประมาณ 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.3 แสนล้านบาท) โดยเทเธอร์โกลด์ครองอยู่ 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.7 แสนล้านบาท) และแพกโซสโกลด์(PAXG) ตามมาติดๆ ที่ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.4 แสนล้านบาท)
**เฟดไร้เสถียรภาพ-สงครามผลักทองคำพุ่ง**
หนึ่งในแรงหนุนสำคัญของราคาทองคำคือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมกับความไม่แน่นอนของธนาคารกลางสหรัฐ หลังมีรายงานว่าประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ อยู่ในข่ายถูกสอบสวนในคดีอาญา ซึ่งสร้างความกังวลต่อ ‘ความเป็นกลาง’ ของนโยบายการเงินสหรัฐ นักลงทุนจึงพากันหันไปหาทองคำในฐานะ ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ มากขึ้น และพฤติกรรมนี้ได้ลามถึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่อิงทองด้วย
ขณะเดียวกัน ดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) ของสหรัฐในปีนี้ปรากฏออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดคาดว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยมากกว่าที่ประเมิน เป็นอีกแรงส่งที่ทำให้ทองคำยิ่งน่าดึงดูดในฐานะสินทรัพย์ไร้ดอกเบี้ย
**โทเคนทองทะยานสู่แกนกลางตลาด RWA ทั่วโลก**
การเติบโตของทองคำแบบโทเคนไม่ได้เป็นแค่กระแสชั่วคราว แต่กำลังก้าวขึ้นเป็น ‘โครงสร้างหลัก’ ของตลาด RWA นักลงทุนเริ่มมองเห็นความได้เปรียบของการเข้าถึงทองคำจริงผ่านกลไกออนเชนที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
การเติบโตของเทเธอร์โกลด์สะท้อนว่า บล็อกเชนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทดลองอีกต่อไป แต่คือแพลตฟอร์มหลักสำหรับการลงทุนในสินทรัพย์จริง และหากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป ‘ทองคำแบบโทเคน’ อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลกการเงิน ที่เชื่อมต่อระหว่างระบบดั้งเดิมและโลกดิจิทัลอย่างแนบสนิท ความคิดเห็น: นี่อาจเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านของวิธีลงทุนในทองคำที่เรารู้จักก็เป็นได้.
ความคิดเห็น 0