ตลาดคริปโตผันผวนหนัก หลัง ‘ทรัมป์’ ขู่เก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม
ตลาดการเงินทั่วโลกเปิดต้นปีด้วยความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะตลาดคริปโตที่ปรับตัวลงแรงหลังประธานาธิบดีทรัมป์เสนอแนวคิดการเรียกเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหม่ สร้างแรงกดดันต่อ *สินทรัพย์เสี่ยง* อย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ที่ต่างร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ ขณะเดียวกัน ดัชนี S&P 500 ร่วง 1.9% ในวันอังคาร ราคา ‘ทองคำ’ พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ สะท้อนความกังวลของนักลงทุนทั่วโลก
ตามรายงานจากแหล่งข่าวนานาชาติ การเคลื่อนไหวของทรัมป์ในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้นโยบายของเดนมาร์กเกี่ยวกับเกาะกรีนแลนด์ที่สหรัฐแสดงความไม่พอใจ โดยสหภาพยุโรปให้ท่าทีแข็งกร้าวและไม่พร้อมเจรจา ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากเร่งลดความเสี่ยงและหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมลดลงเหลือ 2.71 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,993 ล้านล้านวอน) ลดลงจากระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันพุธก่อนหน้า *ถึง 32%*
ในอีกด้านหนึ่ง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 5 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ส่งสัญญาณถึงความกังวลคู่ขนานทั้งเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยและเงินเฟ้อ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นภาพสะท้อนการไม่มั่นใจต่อ *ความสามารถในการบริหารหนี้สินของรัฐบาลสหรัฐฯ*
เรย์ ดาลิโอ(Ray Dalio) ผู้จัดการกองทุนชื่อดัง ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า *“โลกกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ของความขัดแย้งทางการเงิน”* โดยเตือนว่า ความตึงเครียดด้านการค้าสามารถลุกลามไปถึงตลาดการเงินและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย เขาชี้ว่าความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์สหรัฐเริ่มสั่นคลอน ขณะเดียวกันก็เชื่อว่า *ตลาดคริปโตอาจได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้*
แต่จนถึงตอนนี้ สินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนสูงที่สุดกลับกลายเป็น ‘เงิน’ (Silver) โดยราคาพุ่งสูงถึง 64% ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีมูลค่าตลาดทะลุ 5.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7,817 ล้านล้านวอน)
ด้านฟากยุโรป อุร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ย้ำว่า *“ยุโรปจะตอบโต้สหรัฐฯ อย่างแข็งกร้าว มีความเป็นเอกภาพ และใช้วิธีที่สมเหตุสมผล”* แถลงการณ์นี้ส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปยิ่งทวีความรุนแรง ตลาดหุ้นทั่วโลกจึงตกอยู่ในภาวะสั่นคลอนมากยิ่งขึ้น
*บิตคอยน์* มีมูลค่าตลาดลดลงเหลือ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,654 ล้านล้านวอน) หล่นไปอยู่อันดับ 8 ของสินทรัพย์ทั่วโลก ส่วนอีเธอเรียมยังทรงตัวที่ 360,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 531 ล้านล้านวอน) หล่นไปอยู่อันดับ 42 เป็นรองบริษัทที่มีชื่อเสียงอย่าง โฮมดีโป(HD) และ เน็ตฟลิกซ์(NFLX)
ความวิตกกังวลยังขยายไปถึงฝั่งเอเชียเมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 20 ปีพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ จากกระแสข่าวว่าอาจมีการจัดเลือกตั้งทั่วไปเพื่อขยายอำนาจทางเศรษฐกิจให้กับนายกรัฐมนตรี ทาคาอิจิ ซานาเอะ ขณะที่ระดับหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นสูงเกิน 200% ของ GDP อยู่แล้ว ทำให้เกิดความกังวลว่า *ญี่ปุ่นอาจเข้าสู่ภาวะวิกฤตการคลัง*
นักวิเคราะห์จาก TD Securities เตือนว่า “การสูญเสียความเชื่อมั่นต่อวินัยทางการเงินสามารถส่งผลให้ตลาดพันธบัตรพังทลายอย่างรวดเร็ว” โดยระบุว่า ผลกระทบจากญี่ปุ่นเริ่มลามไปยังตลาดพันธบัตรของประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ และแคนาดา ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อคริปโตและ *สินทรัพย์ที่ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของนักลงทุน*
ขณะที่บิตคอยน์พยายามฟื้นเหนือระดับ 95,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,400.7 ล้านบาท) และอีเธอเรียมอยู่ระหว่างการทดสอบแนวต้านระดับ 3,300 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 486,000 บาท) สิ่งที่ตลาดจับตาคือ ‘การตัดสินใจ’ ของประธานาธิบดีทรัมป์ ในการหารือกับผู้นำยุโรปที่กำหนดขึ้นในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแนวโน้มตลาดในระยะต่อไป *ความคิดเห็น: ท่าทีของทรัมป์ครั้งนี้จะสะท้อนว่าเขาวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแบบใด ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง*
ความคิดเห็น 0