ตลาดคริปโตเคลื่อนไหวในทิศทางเชิงลบท่ามกลางความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก โดยเงินทุนจำนวนมากได้ไหลออกจากตลาด ETF แบบสปอต ส่งผลให้ราคาของบิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ปรับตัวลงในวงกว้าง
เมื่อวันที่ 24 ตามรายงานของแพลตฟอร์มข้อมูลตลาดโซโซแวลู(SoSoValue) ระบุว่า ETF บิตคอยน์แบบสปอตมี ‘เงินทุนไหลออก’ สูงถึง 483.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 709 พันล้านวอน) ภายในวันเดียว โดยกองทุนของเกรย์สเกล(GBTC) สูญเสียเงินไปถึง 160.8 ล้านดอลลาร์ ส่วนของฟิเดลิตี(FBTC) ก็หดตัวลง 152 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ETF ของอีเธอเรียมที่ก่อนหน้านี้มีการไหลเข้าอย่างต่อเนื่องตลอด 5 วัน ก็พลิกกลับมาเป็น ‘การไหลออก’ ถึง 230 ล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนของแบล็คร็อก(ETHA) ที่เสียเงินไปกว่า 92.3 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ เอ็กซ์อาร์พี(XRP) ETF รายงานเงินไหลออกต่อวันสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 53.3 ล้านดอลลาร์ สวนทางกับโซลานา(SOL) ETF ที่กลับมาดึงดูดเงินทุนสุทธิได้ราว 3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณตรงข้ามกับเหรียญหลักอื่น ๆ
วินเซนต์ หลิว (Vincent Liu) ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของครอโนสรีเสิร์ช(Kronos Research) ให้ ‘ความคิดเห็น’ ว่า “การไหลออกของเงินจาก ETF สะท้อนถึงการตอบสนองของนักลงทุนสถาบันต่อปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีการค้า และแนวโน้มขายพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่องทั่วโลกและส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยง”
ในวันเดียวกัน ราคาของบิตคอยน์และอีเธอเรียมต่าง ‘อ่อนตัวลง’ อย่างเห็นได้ชัด โดยบิตคอยน์ที่ทะลุระดับ 97,000 ดอลลาร์เมื่อต้นสัปดาห์ ลดลงต่ำกว่าระดับ 89,000 ดอลลาร์ ส่วนอีเธอเรียมปรับตัวลงต่ำกว่า 3,000 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์มองว่า แรงขายในพันธบัตรญี่ปุ่น พ่วงด้วยความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปรอบใหม่ อาจเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลต่อสภาพคล่องของตลาด
หลิวกล่าวเพิ่มเติมว่า นักลงทุนกำลังเฝ้ารอรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันที่ 25 หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด อาจกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจชะลอตัวและผลักดันให้ ‘ความกลัวต่อความเสี่ยง’ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ขณะที่ราคาหลักทรัพย์ดิจิทัลลดลง กลับพบว่า ‘ผู้ถือบิตคอยน์ระยะยาว’ เลือกที่จะสะสมเหรียญเพิ่มขึ้น จากข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนเชนแซนติเมนต์(Santiment) พบว่า กระเป๋าเงินที่ถือครองบิตคอยน์ระหว่าง 10 ถึง 10,000 BTC ได้ซื้อเพิ่มอีก 36,300 BTC ในช่วง 9 วันที่ผ่านมา ตรงกันข้ามกับกระเป๋าเงินขนาดเล็กที่ถือครองต่ำกว่า 0.01 BTC ซึ่งกลับลดการถือครองลง
อีกหนึ่งสัญญาณที่น่าจับตา คือ การเปลี่ยนแปลงของ ‘ผู้นำตลาด’ ไปสู่กลุ่มนักลงทุนบิตคอยน์รายใหญ่ระยะสั้น โดยนักวิเคราะห์ I. โมเรโน จากคริปโตควอนต์(CryptoQuant) ระบุว่า ‘วาฬใหม่’ ที่ถือครองมากกว่า 1,000 BTC แต่มีระยะเวลาการถือครองน้อยกว่า 155 วัน กำลังถือครองบิตคอยน์ในสัดส่วนมูลค่าที่วัดโดย ‘มูลค่าตามต้นทุนจริง’ (Realized Cap) สูงกว่านักลงทุนระยะยาว
โมเรโนให้ ‘ความคิดเห็น’ ว่า “ทิศทางของตลาดกำลังทดลองอยู่ภายใต้การนำของทุนระยะสั้น ซึ่งอาจทำให้ความผันผวนสูงขึ้นในอนาคต”
โดยรวมแล้ว การไหลออกของเงินทุนจาก ETF และการหดตัวของสภาพคล่องทั่วโลกเป็นปัจจัยชี้นำให้ตลาดคริปโตเข้าสู่ระยะ ‘ปรับฐาน’ ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การสะสมอย่างต่อเนื่องของบิตคอยน์โดยกลุ่มวาฬใหญ่ยังคงเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ ‘บ่งชี้’ ว่าตลาดอาจกำลังปรับสมดุลใหม่ แม้การเปลี่ยนผ่านนี้จะมาพร้อมกับความผันผวนที่สูงขึ้นก็ตาม
ความคิดเห็น 0