โคอินเบส(COIN) เตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามจาก ‘คอมพิวเตอร์ควอนตัม’ ด้วยการจัดตั้ง ‘คณะกรรมการที่ปรึกษาอิสระด้านควอนตัมคอมพิวติ้งและบล็อกเชน’ โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ และภาคอุตสาหกรรมมาร่วมวิเคราะห์ผลกระทบเชิงลึก เพื่อปกป้องระบบการเงินดิจิทัลอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เมื่อวันที่ 24 ตามเวลาท้องถิ่น ตามรายงานของ Fortune โคอินเบส ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายคริปโตอันดับหนึ่งในสหรัฐฯ ได้ประกาศตั้งคณะกรรมการใหม่เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานคริปโตอย่าง บิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) และเครือข่ายบล็อกเชนอื่น ๆ ในอนาคต
คณะกรรมการนี้ประกอบด้วยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, ฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากอีเธอเรียมฟาวน์เดชัน, แพลตฟอร์มดีไฟน์ชื่อดัง ไอเกนเลเยอร์(EigenLayer) และฝ่ายรักษาความปลอดภัยภายในโคอินเบส การผนึกกำลังระหว่างภาควิชาการและภาคเอกชนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักต่อ ‘ศักยภาพของคอมพิวเตอร์ควอนตัม’ ที่อาจมีผลกระทบระดับโครงสร้างต่อระบบเข้ารหัส
เจฟฟ์ ลุงเกลโฮเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยข้อมูล (CISO) ของโคอินเบส เปิดเผยว่า “ปัจจุบัน กระเป๋าคริปโตและกุญแจส่วนตัวนั้นได้รับการปกป้องด้วยสมการที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปต้องใช้เวลาหลายพันปีในการถอดรหัส แต่คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถใช้ ‘พลังประมวลผลที่สูงกว่าถึงล้านเท่า’ ในการไขรหัสเหล่านี้ได้ภายในเวลาอันสั้น” เขาเสริมว่า แม้ภัยคุกคามนี้จะยังไม่เกิดขึ้นจริงในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่การเตรียมตัวล่วงหน้าจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความปลอดภัยอย่างยั่งยืนในระบบบล็อกเชน
วงการคริปโตก็เริ่มมีการวางโครงสร้าง ‘หลังยุคเข้ารหัสแบบเดิม’ หรือที่เรียกว่า ‘โพสต์ควอนตัมคริปโตกราฟี’ โดยเริ่มมีการทดลองใช้กุญแจส่วนตัวที่ ‘ยาวและซับซ้อนมากขึ้น’ รวมถึงการใส่ “สัญญาณรบกวน” เพื่อพลางตำแหน่งของกุญแจ ซึ่งช่วยลดโอกาสที่อัลกอริธึมของควอนตัมจะสามารถระบุตำแหน่งได้ง่าย อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะสามารถนำมาใช้จริงในบล็อกเชนหลัก จึงยังคงต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมควบคู่กับการสร้างมาตรฐานในระดับเครือข่าย
โคอินเบส ระบุว่า คณะกรรมการใหม่นี้จะดำเนินการวิจัยร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมและสถาบันวิชาการ เพื่อศึกษาผลกระทบของคอมพิวเตอร์ควอนตัมต่อกลไกฉันทามติและชั้นธุรกรรมของบล็อกเชน พร้อมเผยแพร่ผลลัพธ์ในรูปแบบ ‘เอกสารวิจัยและแถลงการณ์เชิงวิชาการ’ โดยเอกสารแรกมีแผนจะเผยแพร่ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า
ด้านราคาหุ้นของโคอินเบสในตลาดแนสแด็ก ปรับลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 225.10 ดอลลาร์ (ประมาณ 33,600 บาท) ลดลงราว 1.2% จากวันก่อนหน้า โดยนักวิเคราะห์มองว่าตัวเลขนี้สะท้อน ‘ความไม่แน่นอนของตลาด และความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี’ ที่ยังคงส่งผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัท
ทั้งนี้ โคอินเบสย้ำว่า มาตรการล่าสุดไม่ได้มุ่งหวังผลเพียงระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐาน ‘ด้านความปลอดภัยของบล็อกเชนในระยะยาว’ ท่ามกลางยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่กำลังคืบคลานเข้ามาสู่โลกคริปโตอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง ความเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจกลายเป็นโรดแมพสำหรับผู้เล่นรายอื่นในแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องเร่งสร้างโครงสร้างป้องกันเพื่อรองรับอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้
ความคิดเห็น 0